top of page

พ่อแม่ร้อง “ปวีณา” ลูกสาววัย 29 ปี “น้องมายด์” หายตัวปริศนาในโอมาน

รูปภาพนักเขียน: ทีมงานมูลนิธิปวีณาฯทีมงานมูลนิธิปวีณาฯ

พ่อแม่ร้อง “ปวีณา” ลูกสาววัย 29 ปี “น้องมายด์” หายตัวปริศนาในโอมานนานกว่า 3 เดือน เพื่อนให้ข้อมูลสามีลูกสาวชาวบังคลาเทศถูกจับคดียาเสพติด เคยซ้อมทำร้ายสาหัสก่อนติดต่อไม่ได้ ตอนนี้ไม่รู้ชะตากรรม ทำใจหากลูกจะกลับมาสภาพไหนก็ขอให้ได้กลับบ้าน ใจหาย!! เห็นหลานชาย 10 ขวบซึ่งเป็นเด็กพิเศษ นั่งมองเครื่องบินรอวันแม่กลับมา “ปวีณา” ขอความช่วยเหลือตำรวจสากลไทย ประสานตำรวจสากลโอมาน และ “ปวีณา” ยังได้ประสาน กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ คาดว่าจะได้ทราบความคืบหน้าภายในเร็ววันอย่างแน่นอน


ที่มูลนิธิปวีณาฯ: 23 ก.พ.68 เวลา 13.00 น. พ่อแม่และเพื่อนลูกสาวเดินทางจากจ.ลำปาง ร้อง "ปวีณา" น้องมายด์ ลูกสาวอายุ 29 ปี มีสามีเป็นหนุ่มบังคลาเทศไปอยู่กินกันที่ประเทศโอมาน ลูกสาวหายตัวไปนานกว่า 3 เดือนติดต่อไม่ได้ ไม่รู้เป็นตายร้ายดีอย่างไร เพื่อนบอกว่าก่อนหน้านี้ลูกสาวถูกสามีบังคับให้เสพยาเสพติด ถูกทำร้ายสาหัสพิการมือหงิกงอ เดินกระเพลก หน้าตาบวมช้ำ พูดจาแทบฟังไม่รู้เรื่อง เหมือนไม่ตายก็ต้องพิการ ขณะที่สามีถูกตำรวจโอมานจับกุมคดียาเสพติด เพราะเป็นเอเย่นต์ค้ายาเสพติดไปเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ยังปิดปากเงียบ ตอนนี้ทำใจวอนมูลนิธิปวีณาฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยติดตามหาลูกสาว ไม่ว่าจะเจอในสภาพใดขอช่วยส่งกลับมาบ้านเกิด ขณะตายายสงสารหลานชายวัย 10 ขวบลูกของน้องมายด์สุดหัวใจ ซึ่งหลานเป็นเด็กพิเศษเรียนอยู่ป.6 นั่งมองเครื่องบินที่บินผ่านบ้านทุกวันรอคอยแม่กลับมา คอยถามทำไมแม่ไม่มาสักที? วันจันทร์ที่ 24 ก.พ.นี้ เวลา 16.00 น. "ปวีณา" จะพาพ่อแม่น้องมายด์ไปที่กองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปพบกับ พล.ต.ต.สุระพันธุ์ ไทยประเสริฐ ผบก.กองการต่างประเทศ และทีมงานตำรวจสากลไทย เพื่อให้ข้อมูลและขอให้ประสานตำรวจสากลโอมาน ช่วยติดตามตัวน้องมายด์โดยเร็ว โดยปวีณา ได้ประสาน นายอำนาจ พละพลีวัลย์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล และนายมณฑล จันทร์ศิริ ตำแหน่งนักการทูตชำนาญการ (ที่ปรึกษา) กรมการกงสุลกระทรวงการต่างประเทศแล้ว ทราบว่ากำลังติดตามตัวน้องมายด์อยู่  โดยจะมอบหมายให้ นายเอกภาพ หงสกุล ผอ.มูลนิธิปวีณาฯ พาพ่อแม่น้องมายด์ไปให้ข้อมูลที่กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ และเชื่อว่าจะได้รับทราบข่าวความคืบหน้าในเร็ววันนี้ โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ และตำรวจกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

วันนี้พ่ออายุ 68 ปี แม่อายุ 71 ปี เดินทางมาจากจ.ลำปาง พร้อมเพื่อนอีก 2 คน และเพื่อนที่เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศโอมานอีก 1 คน เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็และสตรี แจ้งว่า ตามข่าวที่มีเพื่อนซึ่งอยู่ประเทศโอมานได้โพสต์เฟซบุ๊ก ตามหา "น้องมายด์" อายุ 29 ปี ซึ่งอยู่กินสามีชาวบังคลาเทศ ในประเทศโอมานมาหลายปี จู่ๆ หายตัวไปติดต่อไม่ได้ตั้งแต่เดือน พ.ย.67 จนถึงทุกวันนี้ นานกว่า 3 เดือนแล้ว พ่อแม่และเพื่อนๆ เป็นห่วงเกรงว่าน้องมายด์จะได้รับอันตราย หรือจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรไม่รู้ ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยประสาน สถานทูต กระทรวงการต่างประเทศ ช่วยติดตามหาตัวลูกสาวด้วย เนื่องจากมีคลิปที่เพื่อส่งมาให้ดูว่าลูกสาวถูกสามีทำร้ายร่างกายสาหัส สภาพหน้าตาบวมปูด หน้ายุบ ผมหลุดร่วงเหลือเป็นกระจุกๆ มือหงิกงอ นิ้วผิดรูป มีร่องรอยช้ำตามตัวทั้งแผลใหม่และแผลเก่า เชื่อว่ามายด์ถูกสามีบังคับให้เสพยาและถูกซ้อมทำร้ายจนไม่รู้ถึงความเจ็บปวด



นางปวีณา กล่าวว่า หลังรับเรื่องเมื่อวันศุกร์ที่ 21 ก.พ. ได้ประสาน นายอำนาจ พละพลีวัลย์ ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ และนายมณฑล จันทร์ศิริ ตำแหน่งนักการทูตชำนาญการ (ที่ปรึกษา) กรมการกงสุลกระทรวงการต่างประเทศแล้ว ทราบว่ากรมการกงสุล ได้รับทราบและเร่งติดตามเรื่องกับสถานทูตไทยในโอมานแล้ว ทั้งนี้นางปวีณาจะได้มอบหมายให้ นายเอกภาพ หงสกุล ผอ.มูลนิธิปวีณาฯ พาพ่อแม่น้องมายด์ไปกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม เนื่องจากวันนี้ 23 ก.พ. มีเพื่อนของน้องมายด์เดินทางกลับมาจากโอมานและมูลนิธิปวีณาฯ ได้รับตัวจากสนามบินเข้าพบนางปวีณาทันที โดยให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการติดตามน้องมายด์ โดยวันจันทร์ที่ 24 ก.พ.นี้ เวลา 16.00 น. จะพาพ่อแม่น้องมายด์เข้าพบ พล.ต.ต.สุระพันธุ์ ไทยประเสริฐ ผบก.กองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และประชุมร่วมกันกับ พล.ต.ต.สุระพันธุ์ และทีมงานตำรวจสากลไทยเพื่อให้ข้อมูล โดยตำรวจสากลไทยจะประสานตำรวจสากลโอมานติดตามตัวน้องมายด์ทันที และนางปวีณาจะมอบหมายให้ นายเอกภาพ หงสกุล ผอ.มูลนิธิปวีณาฯ พาพ่อแม่น้องมายด์เข้าให้ข้อมูลเพื่อเติมกับ กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศในวันจันทร์ที่ 24 ก.พ.นี้



ความเป็นมา :เพื่อนน้องมายด์ กล่าวว่า มายด์ไปทำงานร้านอาหารที่ประเทศโอมานตั้งแต่ปี 2563 ต่อมาได้รู้จักกับหนุ่มบังคลาเทศและอยู่กินกันแบบสามีภรรยา ตลอดเวลาที่ผ่านมามายด์ไม่ได้เจอมายด์เลย เขาเคยกลับมาไทยช่วงเดือน ก.พ.67 แต่ไม่ได้กลับไปเจอพ่อแม่ที่ลำปางเลย และก็ไม่ได้มาเจอเพื่อนๆ ด้วย จะติดต่อกันทางแมสเซ็นเจอร์และเห็นเวลาที่เขาโพสต์เฟซบุ๊กเวลาที่เขาไปเที่ยวไหนทำอะไรเท่านั้น ซึ่งเพื่อนหลายคนก็ได้ข้อมูลไม่เหมือนกันเวลาที่เขาไปไหนหรือมาไทย แต่เขาจะโพสต์เฟซบุ๊กในสิ่งสวยงามเวลาที่เขาไปเที่ยวต่างประเทศ หรือโพสต์รูปสวยๆ เหมือนกับว่ามีความสุขกับสามี แต่ก็ไม่เคยโพสต์ให้เห็นหน้าตาของสามีเลยจะเห็นแต่รูปจับมือกันหรือมีสติดเกอร์แปะะที่ใบหน้าสามีเท่านั้น

กระทั่งเดือนต.ค.67 ตนเห็นมายด์โพสต์รูปลงสตอรี่ในเฟซบุ๊กเป็นภาพกำลังนอนให้เลือดอยู่ที่โรงพยาบาล จึงได้สอบถามจนรู้ว่าถูกสามีทำร้าย แต่มายด์ไม่ได้บอกอะไรมาก เขาเหมือนกับมีความลับที่บอกใครไม่ได้ แต่ก็พูดว่า "สามีเป็นเอเย่นต์ค้ายา เคยฆ่าคนมาแล้ว 3 ศพ ถ้าวันหนึ่งตัวเองหายไปก็อาจจะเป็นศพที่ 4 ก็ได้" ตนพยายามจะเตือนเพื่อนให้กลับบ้านเราดีกว่า แต่มายด์ก็ไม่เชื่อ โดยล่าสุดที่คุยกับมายด์ก็ประมาณเดือนพ.ค.67 มายด์แชตมาคุยขอให้ไปบ้านและส่งเอกสารส่วนตัวมาให้เพื่อจะไปทำวีซ่าเข้าประเทศอังกฤษ ซึ่งตนก็ได้ส่งไปให้และเห็นเขาโพสต์เฟซบุ๊กไปเที่ยวเช็กอินที่ประเทศไต้หวัน และโพสต์อีกว่ากำลังจะไปเที่ยวประเทศอังกฤษ หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีก



ด้านเพื่อนที่เพิ่งเดินทางกลับจากโอมาน กล่าวว่า รู้จักกับมายด์มานานแล้วเพราะตนก็มีสามีอยู่ที่นั่น มายด์มักจะฝากซื้อของและตนก็จะนำไปส่งให้ที่ห้องพัก ช่วงเดือนพ.ย.67 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เจอมายด์ ตนนำของไปส่งให้น้องที่ห้องพัก พบมายด์อยู่กับสามีในห้องพักกำลังเสพยากันอยู่ ซึ่งมายด์มีสภาพหน้าตาบวมปูด หน้ายุบ ผมหลุดร่วงเหลือเป็นกระจุกๆ มือหงิกงอ นิ้วผิดรูป มีร่องรอยช้ำตามตัวทั้งแผลใหม่และแผลเก่า เชื่อว่ามายด์ถูกสามีบังคับให้เสพยาและถูกซ้อมทำร้ายจนไม่รู้ถึงความเจ็บปวด มายด์ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาวเพื่อปกปิดร่องรอยบาดแผลแต่ตนก็สังเกตเห็นว่ามีผ้าก๊อชพันที่ขา และเดินขากระเผลก ตนทนไม่ได้จึงถามสามีมายด์ว่าซ้อมมายด์ทำไม ซึ่งเขาก็ด่าทอสารพัดหาว่ามายด์ไม่ดี ขโมยเงิน ทำตัวไม่ดี ตนจึงขอร้องและให้เขาสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายมายด์อีกซึ่งเขาก็ตกลง และห้ามตนไปบอกใคร ข่มขู่ถ้าใครไปพูดเรื่องของเขาให้ระวังตัว ซึ่งสามีของตนก็ได้เตือนไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวเพราะสามีมายด์เป็นเอเย่นต์ค้ายาเสพติดกลัวจะเป็นอันตราย จากนั้นก็ไม่ได้พบมายด์อีกเลย



ต่อมาตนก็ทราบข่าวว่าสามีมายด์ถูกจับกุมในคดียาเสพติดช่วงเดือน ก.พ.68 คนไทยหลายคนที่รู้จักกับน้องก็สงสัยว่ามายด์หายไปไหนเพราะไม่มีใครได้เจอและติดต่อไม่ได้มานานกว่า 3 เดือนแล้วจึงได้โพสต์ตามหาน้องในเฟซบุ๊ก ห่วงว่ามายด์จะเป็นอันตราย และได้ไปแจ้งความกับตำรวจโอมานซึ่งได้สอบปากคำสามีมายด์แต่เขาก็บอกว่าไม่รู้เรื่อง ทุกคนเป็นห่วงมายด์มากจนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครติดต่อได้ ขณะที่เพื่อนมายด์ที่ไทยก็ได้สอบถามมาว่าพบเจอมายด์หรือยัง และไปแจ้งเรื่องที่กองคุ้มครองคนไทยในต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้ช่วยเหลือจนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครทราบข่าวมายด์เลย จึงขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือด้วย

ด้านพ่อน้องมายด์ กล่าวว่า พ่อกับแม่เดินทางมาจากจ.ลำปาง โดยมีเพื่อนลูกพามา พ่อมีน้องมายด์เป็นลูกสาวคนเดียว และเป็นเสาหลักของครอบครัว แม่น้องมายด์ก็พิการตาบอด ส่วนลูกชายน้องมายด์ก็เป็นเด็กพิเศษ อายุ 10 ขวบ น้องมายด์ไปโอมานตั้งแต่ปี 2563 ไปทำงานร้านอาหาร จะส่งเงินมาให้พ่อแม่และลูกชายทุก 2 เดือน ครั้งละ 10,000 บาท พ่อก็ทำงานรับจ้างทั่วไปวันละ 300 บาท ได้เบี้ยผู้สูงอายุ และเบี้ยคนพิการของแม่พอได้กินใช้ไปวันๆ ตลอด 5 ปีลูกสาวไม่ได้กลับมาบ้านเลย จะมีก็แต่วิดีโอคอลคุยกันเป็นบางครั้ง คุยกันครั้งสุดท้ายเดือนพ.ค.67 จากนั้นโทรไปลูกก็ไม่รับสายเลย มีการอ่านไลน์แต่ไม่ติดต่อกลับ พ่อแม่ก็ยังโทรหาลูกทุกวันแต่ลูกไม่รับสาย จนวันที่  24 ก.ค.67 ลูกอ่านข้อความเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากนั้นจนถึงทุกวันนี้พ่อโทรไปก้ไม่รับสายและไม่อ่านไลน์เลย

"ที่ผ่านมาพ่อก็ผิดสังเกตที่ลูกหายไปแต่ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะอยู่ไกลกัน กระทั่งมีเพื่อนของลูกโพสต์ตามหาน้องมายด์และมีข่าวว่าลูกถูกสามีทำร้ายหนักหนาสาหัสจนถึงทุกวันนี้เพื่อทีโอมานก็ยังไม่เจอและติดต่อไม่ได้ พ่อแม่เป็นห่วงแทบขาดใจ ส่วนลูกชายของน้องมายด์ 10 ขวบเป็นเด็กพิเศษเห็นแม่หายไปก็เป็นห่วงคอยถาม "ทำไมแม่ไม่กลับมาสักที" และเวลาเห็นเครื่องบินบินผ่านก็จะถามว่า "แม่กลับมาแล้วใช่ไหม?" ตนก็สงสารหลายจับใจ ทุกวันนี้ก็คิดว่า 60 เปอร์เซ็นต์ลูกสาวอาจจะไม่อยู่แล้ว แต่ก็ยังหวัง 40 เปอร์เซ็นต์ว่าลูกจะปลอดภัย แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ก็อยากให้ลูกได้กลับบ้าน ไม่ว่าจะกลับมาในสภาพไหนพ่อแม่ก็จะรอ หรือโชคร้ายที่สุดได้เถ้ากระดูกกลับมาก็ยังดี เพื่อนๆ ที่โอมานต่างช่วยติดตามและแจ้งตำรวจ ส่วนเพื่อนที่ไทยก็แจ้งเรื่องที่กระทรวงการต่างประเทศแล้ว ขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยประสานตามหาลูกสาวให้ด้วย" 

จากสถิติมูลนิธิปวีณาฯ ปี 2567 ปัญหาล่อลวง/ค้าประเวณี/ค้ามนุษย์ สูงถึง 257 ราย แยกเป็น แจ้งเบาะแสค้าประเวณีในประเทศ จำนวน 53 ราย และขอความช่วยเหลือค้าประเวณี/ค้ามนุษย์ ต่างประเทศ 204 ราย กรณีถูกหลอกค้ามนุษยต่างประเทศ มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือกลับมาแล้ว 152 ราย ซึ่งการช่วยเหลืออาจจะช่วยไม่ได้ทุกคน เพราะฉะนั้นควรจะตรวจสอบข้อมูลทุกอย่างให้ดีก่อนตัดสินใจเดินทางเพราะอาจตกเป็นเหยื่อได้

ขอบคุณภาพ-ข่าว สื่อมวลชนที่นำเสนอข่าว

 

 

 


4 Comments


jiya saxena
Mar 21

Here you may find Delhi escort service and attractive, seductive women. Call Girls Service in Delhi appear to be more than just the local women's joint nation society that caters to their clientele

Like

shweta roy
Mar 19

We are available at all hours of the day to ensure a pleasant experience for our devoted customers. As a Delhi Call Girls, we can provide you with the company you’re looking for throughout your trip to India. 


Like

Guest
Mar 18

Finding it hard to balance your studies and assignments? Our academic nursing writers provide expertly written papers that meet the highest academic standards. From topic selection to final formatting, we take care of every detail. Get original, well-researched content at an affordable price. Place your order today and enjoy stress-free learning!

Like

candy Emily
candy Emily
Mar 18

I hope you continue to create thought-provoking content that is enjoyed by all, including this and other pieces retro games.

Like
bottom of page