แม่พาลูกสาววัย 14 ปี นักเรียนชั้นม.3 ร้อง “ปวีณา” ถูกนักเรียนชายห้องเดียวกันลวงไปล่วงละเมิดทางเพศบนชั้น 4 อาคารเรียนหลังเก่า ระหว่างที่โรงเรียนจัดกิจกรรม ก่อนถ่ายคลิปไว้แบล็กเมล์

วันพฤหัสบดีที่ 6 ก.พ.63 ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี นางแหม่ม (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี พาเด็กหญิงใหม่ (นามสมมุติ) ลูกสาววัย 14 ปี นักเรียนชั้นม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ โดยนางแหม่ม แจ้งว่า ช่วงสายของวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา ลูกสาวถูกนายเอก (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี เพื่อนที่เรียนอยู่ห้องเดียวกันหลอกพาไปล่วงละเมิดทางเพศที่ชั้น 4 ของอาคารเรียนหลังเก่า ซึ่งขณะนั้นทางโรงเรียนมีการจัดกิจกรรมที่ห้องประชุมชั้นล่างจึงไม่มีใครอยู่บนอาคาร โดยนายเอกได้ใช้กำลังบังคับและใช้มือปิดปากข่มขู่ห้ามส่งเสียงดัง ระหว่างนั้นยังมีการถ่ายคลิปเก็บไว้เพื่อข่มขู่อีกด้วย

นางแหม่ม กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุเลิกเรียนลูกก็กลับมาบ้านมีอาการเซื่องซึมแต่ไม่ได้เล่าอะไรให้ใครฟัง พออีกวัน (5 ก.พ.) ลูกก็ไม่ไปโรงเรียนอ้างว่าไม่ค่อยสบาย ต่อมามีคนโทรเข้ามือถือลูก พอเห็นคุยกันได้สักพัก จู่ๆ ลูกก็ร้องกรี๊ดขึ้นมาแล้วร้องไห้โฮ ตะโกนบอกแม่ช่วยหนูด้วย!! ตนตกใจมากจึงเข้าไปปลอบลูกก่อนจะสอบถามจนรู้ความจริงเรื่องที่เกิดขึ้น และทราบว่านายเอกเพิ่งโทรมาข่มขู่ให้รีบไปหา ถ้าหากไม่ไปจะเผยแพร่คลิป พร้อมกันนี้นายเอกยังแคปเจอร์รูปจากคลิปบางช่วงส่งมาให้ดูเพื่อกดดันยิ่งทำให้ลูกสาวกลัวอย่างหนัก

“หัวอกคนเป็นแม่ใจแทบขาดไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับลูกทั้งๆ ที่อยู่ในโรงเรียน ซึ่งตนเคยคิดว่าเป็นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กๆ แต่กลับไม่ใช่ ตอนนี้ลูกสาวกลัวมากจนไม่กล้าไปโรงเรียนซึ่งตนก็ห่วงว่าการเรียนจะมีปัญหาเนื่องจากเป็นช่วงใกล้สอบเพื่อจบชั้นม.3แล้ว และตนก็พาลูกเข้าแจ้งความไว้แล้วที่สน.บางเขน ขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือติดตามคดี เนื่องจากนายเอกมีพฤติกรรมเป็นเด็กเกเรคาดว่ากระทำกับเด็กหญิงมาแล้วหลายคน และตนไม่อยากให้เด็กหญิงคนอื่นๆ ตกเป็นเหยื่ออีก ” นางแหม่ม กล่าว

หลังรับเรื่อง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน พ.ต.อ.อรรถพล มีเสียง ผกก.สน.บางเขน เพื่อให้พนักงานสอบสวนส่งตัวเด็กหญิงไปตรวจร่างกายที่รพ.ตำรวจ และจัดสอบสหวิชาชีพเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานหาข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวเด็กหญิงใหม่ด้วย

พร้อมกันนี้ นางปวีณา ยังได้ประสาน ดร.ชนะ สุ่มมาตย์ ผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน (ผอ.ฉก.ชน.สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ส่งทีมเฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน (ฉก.ชน.สพฐ.) ไปตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยเฉพาะห้องน้ำ อาคารเรียน ห้องเรียน ห้องเรียนที่ไม่ได้ใช้งาน จุดอับ/จุดเสี่ยง/แหล่งมั่วสุมของนักเรียน พร้อมทั้งจัดให้กล้องวงจรปิดจับภาพได้ทั่ว และมีความพร้อมในการใช้อยู่เสมอ เพื่อป้องกันเหตุไม่ให้เกิดเรื่องซ้ำอีก

ต่อมาวันศุกร์ที่ 7 ก.พ.63 นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้เชิญทีมเฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน (ฉก.ชน.สพฐ.) ภายใต้การอำนวยการของ ดร.ชนะ สุ่มมาตย์ ผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน (ผอ.ฉก.ชน.สพฐ.), ผู้อำนวยการโรงเรียนและคณะครูโรงเรียนที่เกิดเหตุ, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากรุงเทพฯ และนางแหม่มกับลูกสาว มาประชุมเพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือเด็กหญิงใหม่ โดยนางปวีณา มีความเป็นห่วงสภาพจิตใจและห่วงเรื่องการเรียนของเด็กหญิงใหม่อย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นช่วงใกล้สอบ เกรงว่าจะมีปัญหาขอให้ทางโรงเรียนช่วยดูแลเด็กด้วย ซึ่งทางผู้อำนวยการโรงเรียนแจ้งว่า จะจัดการเรียนการสอนเป็นกรณีพิเศษให้กับเด็กหญิงใหม่ โดยฝากการบ้านไปกับญาติที่เรียนอยู่ห้องเดียวกันและให้ครูติดตามการเรียนเป็นระยะหลังจากนี้จนกว่าการสอบปลายภาคจะเสร็จสิ้น

ส่วนทางด้านคดีหลัง พ.ต.อ.อรรถพล มีเสียง ผกก.สน.บางเขน ได้รับการประสานงานจาก นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนส่งเด็กหญิงใหม่ไปตรวจร่างกายที่รพ.ตำรวจ และจัดสอบสหวิชาชีพ ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับนายเอก ล่าสุดวันอังคารที่ 11 ก.พ.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวนายเอกพร้อมกับผู้ปกครองมาสอบถามเบื้องต้นและจัดสอบสหวิชาชีพ โดยนายเอกให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินคดีข้อหา กระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี และนำตัวส่งศาลเยาวชนฯ ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ นางปวีณา ยังได้ประสานทีมเฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน (ฉก.ชน.สพฐ.) เรื่องจัดหาสถานศึกษาสายอาชีพ ระดับปวช. หลังจากที่เด็กหญิงใหม่เรียนจบม.3 เนื่องจากเด็กหญิงใหม่เป็นเด็กที่เรียนดีและมีความกตัญญู อยากจะช่วยพ่อแม่ประหยัดค่าใช้จ่ายเพราะฐานะยากจน ซึ่งทางทีมเฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน (ฉก.ชน.สพฐ.) ได้ดำเนินการให้เป็นที่เรียบร้อย