8 ม.ค.65 เวลา 13.00 น. แคดดี้สาววัย 31 ปี เดินทางจาก จ.ชลบุรี เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา ถูก 2 คนร้ายสาดน้ำกรดทั่วใบหน้าและตามตัวจนได้รับบาดเจ็บสาหัส นอนรักษาตัว รพ. 3 เดือน ขอให้มูลนิธิปวีณาฯ เร่งรัดคดีจับคนร้าย เพราะเกรงว่าจะกลับมาทำร้ายอีก

นางเอ (นามสมมุติ) วัย 31 ปี เดินทางมาจาก อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เพื่อเข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ โดยกล่าวว่า ตนถูก 2 คนร้ายดักสาดน้ำกรดจนได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ใบหน้าและตามตัว ใบหน้าเสียโฉม ขอให้ นางปวีณาช่วยติดตามคดี นางเอ (นามสมมุติ) เปิดเผยว่า ในอดีตตนได้อยู่กับนายบี (สามี วัย 36 ปี) ที่อำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี โดยมีบุตรสาวด้วยกัน 2 คน คนโตอายุ 4 ขวบ คนเล็ก อายุ 3 ขวบ โดยขณะนั้น สามีได้ประกอบอาชีพรับจ้าง โดยนางสาวเอ(นามสมมุติ) มีหน้าที่เป็นแม่บ้าน ปลายปี 2563 นายบี (สามี วัย 36 ปี) ได้ตกงาน เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้สถานประกอบการได้ปิดตัวลง นางเอ (นามสมมุติ) ได้ออกหางานทำเป็นแคดดี้ ที่สนามกอล์ฟแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ทำให้สามี มีอาการหึงหวง และมีการทะเลาะกันบ่อยครั้ง จึงเป็นสาเหตุมีการเลิกรากันไป ตั้งแต่เดือน เมษายน 2564โดยบุตร ทั้ง 2 คน ยังอยู่กับสามี เดือนเมษายน 2564 จากนั้นนางเอ (นามสมมุติ) ได้ออกมาเช่าบ้านอยู่และได้คบหากับชายคนหนึ่งวัย 53 ปี ที่ทำงานที่เดียวกัน ซึ่งชายดังกล่าวก็มีครอบครัวอยู่แล้ว ซึ่งอดีตสามี ได้สืบทราบภายหลัง และก็ได้ทำการง้อและขอคืนดีนางเอ(นามสมมุติ) อยู่บ่อยครั้ง ต่อมาตนได้ย้ายมาอาศัยอยู่กับญาติ และได้นำบุตรทั้ง 2 มาอยู่ด้วย กัน แต่นายบี (อดีตสามี) ยังมาง้อขอคืนดี แต่ตนไม่ยอม อดีตสามียังมีการ ต่อว่าด่าทอ รวมถึงมีการไปบอกกับผู้อื่นว่า ถ้าเค้าไม่ได้ คนอื่นก็ไมได้ และเจอที่ไหนจะยิงทิ้ง 18 กรกฎาคม 2564 เวลา 21.00 น. ตนได้ขับรถไปหาเพื่อนที่ศรีราชา เมื่อถึงที่ลานจอดรถคอนโดแห่งหนึ่ง ตนได้เจอกับนายบี (อดีตสามี วัย 36 ปี) ซึ่งได้สะกดรอยตามมา จากนั้นได้มีปากเสียงกัน และอดีตสามีได้ขับรถ จยย.ชนท้าย และขับปาดหน้า 19 กรกฎาคม 2564 ได้เดินทางไปที่สถานีตำรวจภูธรศรีราชา เข้าแจ้งความ นายบี ที่ขับรถ จยย.ชนรถเก๋งได้รับความเสียหาย และได้พูดจาข่มขู่หมายจะเอาชีวิต

วันที่ 21 กันยายน 2564 ได้มีคนโทรมาหานางเอ (นามสมมุติ) ว่าสนใจกู้เงินไหม ซึ่งตนตอบว่าได้สนใจ จึงมีการนัดเจอยื่นเอกในวันรุ่งขึ้น 15.00 น. 22 กันยายน 2564 ตามที่นัดหมาย ตนได้เดินทางไปยื่นเอกสารที่ บริเวณ ซอยห้วยยายมุก ต.โป่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และได้พบ ชาย 2 คน ขับจยย.มา รูปร่าง ผอม 1 คน และอ้วน 1 คน จากนั้นชายรูปร่างผอมเดินมาหาเพื่อรับเอกสาร สักพักชายคนอ้วน ได้เดินเข้ามาสมทบ โดยในมือถือแก้วเฮติ เมื่อเข้ามาถึงตัวนางเอ (นามสมมุติ) ชายอ้วน นำแก้วเฮติสาดน้ำไปใบหน้าและที่ร่าง ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นน้ำกรด จากนั้นตนได้ตั่งสติขับรถยนต์กลับไปที่บ้าน และเอาน้ำมาราดตัว ก่อนที่ญาติ จะนำส่งไปที่โรงพยาบาลบางละมุง จากนั้นได้มีการส่งตัวต่อไปที่ รพ.ชลบุรี นอนรักษาตัว 3 เดือน วันเดียวกัน ญาติของผู้เสียหาย ได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรหนองปรือ จ.ชลบุรี และวันที่ 7 ม.ค.65 ออกจาก รพ.มารักษาตัวอยู่บ้าน ทางด้านร้อยเวร มาสอบปากคำระหว่างอยู่ รพ.ครังเดียว นางเอ (นามสมมุติ) จึงขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยติดตามด้านคดี 18 ม.ค.65 นางเอ (นามสมมุติ) ได้เดินทางมาจาก อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เพื่อเข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อให้ช่วยติดตามคดี นำตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

หลังจากทราบเรื่อง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน ไปยัง พ.ต.อ.ดำรง เอี่ยมไพโรจน์ ผู้กำกับการ สภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี โดยวันพุธที่ 19 ม.ค.65 เวลา 13.30 น. นางปวีณา จะพาผู้เสียหายไปพบ พ.ต.อ.ดำรง เอี่ยมไพโรจน์ ผู้กำกับการ สภ.หนองปรือ เพื่อเร่งสอบปากคำเพิ่มเติม และนางปวีณา ได้ประสาน นางมนัสนันท์ ศุภพิทักษ์สกุล พัฒนาสังคมฯ และ นางนัทธมน กิจดำรงกุล หัวหน้าบ้านพักเด็กฯ จ.ชลบุรี เดินทางมาพบที่ สภ.หนองปรือ เพื่อร่วมกับมูลนิธิปวีณาฯติดตามช่วยเหลือคดีนี้






🙏ยังมีคนทุกข์ร้อนรอความช่วยเหลืออีกจำนวนมาก

ร่วมบริจาคช่วยเหลือเด็ก สตรี และผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมกับมูลนิธิปวีณาฯ ผ่าน QR Code หรือ ธ.ไทยพาณิชย์ เลขที่ 076-2-76401-3


🙏🙏ขอเชิญทุกท่านมีส่วนร่วมช่วยเหลือสังคมกับมูลนิธิปวีณาฯ บริจาคเงินสนับสนุนการดำเนินงานมูลนิธิปวีณาฯ ตามคิวอาร์โค้ด (QR Code) นี้👇👇


      • ธนาคารกสิกรไทย เลขที่ 006-3-34613-6 ชื่อบัญชี มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี
      • หรือ บริจาคผ่าน PROMPT PAY (พร้อมเพย์) หมายเลข 099 300 0195 906
      • ธนาคารกรุงเทพ เลขที่ 187-4-44641-0
      • ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 076-2-76401-3
      • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เลขที่ 381-1-22311-0

#ร่วมช่วยเหลือสังคมกับมูลนิธิปวีณา #ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรีทุกรูปแบบ #บริจาคมูลนิธิปวีณา #1แชร์ช่วยสังคมได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *