สาวเมืองนนท์ ร้อง “ปวีณา” ช่วยให้ความปลอดภัย หลังถูกสามีโหดใช้คัดเตอร์กรีดขา แขนเป็นแผลเหวอะ และใช้กรรไกรแทงศีรษะเจ็บหนักต้องเย็บกว่า 300 เข็ม แถมขู่อาฆาต “จะฆ่าให้ตาย” ตำรวจจับกุมทันทีได้รับการประกันตัวในชั้นศาล หวั่นเกรงจะกลับมาทำร้าย “ปวีณา” ประสาน ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี ช่วยดูแลความปลอดภัย

วันอังคารที่ 12 ม.ค.63 นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้ประสาน พ.ต.อ.วนัสชัย ยิ่งยงสมสวัสดิ์ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี ให้น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี ลูกจ้างร้านถ่ายเอกสารแห่งหนึ่งในพื้นที่อ.เมืองนนทบุรี เข้าพบในเวลา 15.00 น. วันนี้ กรณีถูก นายบอย (นามสมมุติ) อายุ 31 ปี สามี ทำร้ายร่างกายโดยใช้คัดเตอร์กรีดแขนและขาเป็นแผลเหวอะ ก่อนจะใช้กรรไกรแทงศีรษะบาดเจ็บต้องเย็บแผลกว่า 300 เข็ม เหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุพลเมืองดีเข้าห้ามปรามช่วยเหลือน.ส.บี ส่งโรงพยาบาล แต่นายบอยยังขู่อาฆาตน.ส.บี ว่า “จะฆ่าให้ตาย” ด้าน พ.ต.อ.วนัสชัย เดินทางไปที่เกิดเหตุจับกุมนายบอยดำเนินคดีทันทีในข้อหา พยายามฆ่า พร้อมคัดค้านการประกันตัว และนายบอยได้รับการประกันตัวในชั้นศาลออกมา น.ส.บี เกรงจะไม่ปลอดภัยจึงร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ

โดยน.ส.บี เล่าว่า “หนูอยู่กินกับนายบอยมาประมาณ 10 ปี โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน อายุ 8 ขวบ อาศัยอยู่ด้วยกันในห้องพักของร้านถ่ายเอกสารที่ตนทำงานอยู่ นายบอยมีพฤติกรรมเสพกัญชามาโดยตลอด และมีนิสัยอารมณ์ร้อน ฉุนเฉียว เมื่อโมโหจะทำร้ายตบตีตนเป็นประจำ ยิ่งช่วง 2-3 ปีหลังยิ่งมีปัญหากันหนักขึ้นทุกที จนสุดท้ายตนทนไม่ไหวขอแยกทางและออกไปอยู่ข้างนอกเพื่อลดการทะเลาะเบาะแว้งเพราะสงสารลูก ทำให้นายบอยไม่พอใจติดตามไปหาเรื่องตนทุกที่ ข่มขู่จะเอาปืนมายิง และแชตขู่ฆ่าหลายครั้ง จนวันเกิดเหตุ 7 ม.ค.63 นายบอยได้เข้ามาตนที่ทำงานทำทีจะมาขอเจรจาเรื่องลูก จังหวะที่ตนเองเผลอนายบอยได้ใช้มีดคัตเตอร์ที่เตรียมมากรีดหน้าขาข้างซ้ายและแขนของตนจนเป็นแผลเหวอะหวะ เพื่อนร่วมงานของตนเข้ามาช่วยแต่นายบอยก็ไม่ยอมหยุด จากนั้นตนได้วิ่งหนีออกจากร้านแต่สะดุดล้มลง นายบอยวิ่งตามมาและหันไปคว้ากรรไกรจากร้านขายหมูปิ้งที่อยู่ใกล้ๆ มาแทงเข้าที่บริเวณศีรษะตนซ้ำอีกหลายครั้งจนเลือดท่วมตัว พลเมืองดีได้เข้ามาช่วยกันห้ามและจับตัวนายบอยไว้ก่อนเรียกตำรวจมารับตัวไปดำเนินคดี พอตนรู้ข่าวว่านายบอยได้รับการประกันตัวออกมาก็เกรงจะไม่ปลอดภัยเพราะรู้นิสัยนายบอยดีว่าคงไม่ปล่อยตนไว้แน่ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยด้วย

นางปวีณา กล่าวว่า สถิติปี 2563 มูลนิธิปวีณาฯ รับเรื่องราวร้องทุกข์ กรณีถูกทำร้ายร่างกาย ทารุณกรรมมากถึง 1,077 ราย ปรากฎว่าอันดับ 1.คือ ภรรยาถูกอดีตสามี หรือสามี ทำร้ายร่างกายถึง 305 ราย และตั้งแต่ต้นปี 2564 ก็ยังคงมีเคสถูกทำร้ายร่างกายอย่างต่อเนื่อง สาเหตุส่วนใหญ่มาจากฝ่ายชายเสพยาเสพติด มีอารมณ์ฉุนเฉียว อาฆาต ซึ่งเป็นปัญหาสังคมที่น่าห่วงยิ่ง

สำหรับเคสน.ส.บี น่าเป็นห่วงทั้งร่างกายและจิตใจ เพราะต้องถูกทำร้ายอย่างหนักและยังต้องมากลัวความไม่ปลอดภัยอีก ดังนั้นนางปวีณา จึงได้หารือ พ.ต.อ.วนัสชัย ยิ่งยงสมสวัสดิ์ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี ขอให้ดูแลความปลอดภัยและเร่งดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมกับนายบอย โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะประสานกรมคุ้มครองสิทธิ กระทรวงยุติธรรม ให้คุ้มครองพยานให้ได้รับความปลอดภัย โดยนางปวีณาจะติดตามคดีอย่างใกล้ชิดให้น.ส.บี ได้รับความเป็นธรรมและปลอดภัยที่สุด.

ด้าน พ.ต.อ.วนัสชัย ยิ่งยงสมสวัสดิ์ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหานายบอย พยายามฆ่า พร้อมคัดค้านการประกันตัวในชั้นศาล ต่อมานายบอย ศาลอนุญาตให้ประกันและปล่อยตัว ซึ่งน.ส.บี ก็เข้าใจในประเด็นนี้ อย่างไรก็ตาม จะได้กำชับให้พนักงานสอบสวนเร่งสรุปสำนวนเพื่อส่งอัยการสั่งฟ้อง ส่วนกรณีที่น.ส.บี เกรงจะไม่ปลอดภัยนั้น จากนี้จะได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนนำตัวผู้ต้องหามาทำประวัติพร้อมตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดและคาดโทษไม่ให้ไปคุกคามผู้เสียหาย ขณะเดียวกันก็จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจไปตรวจตราบริเวณที่ทำงานและที่พักของน.ส.บี ด้วย ทั้งนี้ยังได้แนะนำน.ส.บี ให้ระวังตัวเองเป็นหลักและควรมีเพื่อนมาอยู่ด้วย หากมีอะไรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตลอด 24 ชั่วโมง.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *