สาวศรีสะเกษอุ้มลูกน้อยเพิ่งคลอดได้ 20 วัน ร้อง “ปวีณา” หวั่นชีวิตตัวเองกับลูกเป็นอันตรายเพราะสามีขี้เมาทำร้ายทุบตี เคยจะบีบคอลูกแต่ช่วยไว้ได้ทัน ด้านสามีรู้จะมาขอความช่วยเหลือมูลนิธิปวีณาฯ รีบตามติดมาด้วย “ปวีณา” ประสานตำรวจเจรจา 2 ฝ่าย โดยภรรยาไม่ขอยุ่งเกี่ยวอีกและจะเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง แต่ระหว่างนี้ขอตั้งสติคิดหาทางออก “ปวีณา” จึงได้ประสานบ้านพักเด็กฯ ปทุมธานี รับ 2 แม่ลูกเข้ารับการคุ้มครองก่อนที่จะพากับกลับบ้านที่ต่างจังหวัด
วันพุธที่ 18 มี.ค.63 ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี นายคม (นามสมมุติ) อายุ 50 ปี พ่อเลี้ยง อาชีพเปิดอู่ซ่อมรถย่านสายไหม กรุงเทพฯ ได้พานายชัย (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี ลูกเลี้ยง กับนางสาวแหวน (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี ภรรยา และลูกสาวที่เพิ่งคลอดได้ 20 วัน เดินทางเข้าพบนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณา แจ้งว่า นายชัย ลูกเลี้ยง ได้พาภรรยาและลูกมาขออาศัยอยู่ด้วยประมาณ 2 สัปดาห์แล้ว ที่ผ่านมานายชัย มักจะดื่มสุราจนเมามายและก่อความวุ่นวายหาเรื่องทะเลาะกับคนงานในอู่ของตนประจำ และทะเลาะทำร้ายทุบตีภรรยาบ่อยครั้ง ทั้งที่ภรรยาเพิ่งคลอดลูกไม่นาน ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานายชัยดื่มสุราจนเมาแล้วก็หาเรื่องทะเลาะทุบตีภรรยาอีก ตนสงสารนางสาวแหวนกับลูกมากเกรงว่าจะเป็นอันตราย จึงได้พานางสาวแหวนและลูกมาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ และนายชัยก็ติดตามมาด้วย
ทั้งนี้ขณะที่ทั้งหมดอยู่ที่มูลนิธิปวีณาฯ เพื่อขอความช่วยเหลือ นายชัยซึ่งยังคงอยู่ในอาการเมาสุราได้แย่งลูกจากน.ส.แหวน ก่อนจะอุ้มเด็กเดินออกจากมูลนิธิปวีณาฯ ไป แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ เห็นเหตุการณ์และรีบติดตามไปได้ทัน โดยนายคม พ่อเลี้ยง กับเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ ได้เกลี้ยกล่อมและพาตัวนายชัยกับลูกกลับมานั่งเจรจากันได้สำเร็จ ขณะเดียวกัน นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ก็ได้ประสาน พ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ผกก.สภ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ช่วยส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจมาดูแลความเรียบร้อย
น.ส.แหวน กล่าวทั้งน้ำตากับนางปวีณา ว่า ตนอยู่กินกับนายชัยมาประมาณปีเศษ แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ตอนรู้จักกันใหม่ๆ นายชัยก็เป็นคนดี ดูแลเอาใจตนทุกอย่าง กระทั่งตนตั้งท้องนายชัยก็เปลี่ยนไปงานการไม่ค่อยไปทำหันไปเสพยาเสพติด กินเหล้าเมากลับบ้านมาเป็นประจำและทุบตีทำร้ายตน แต่ตนก็อดทนมาตลอดเพราะคิดว่าถ้าคลอดลูกออกมาแล้วนายชัยอาจจะทำตัวดีขึ้น แต่เมื่อกลับไม่เป็นอย่างนั้น นายชัยกินเหล้าและเที่ยวหนักกว่าเดิมกลับมาก็ทุบตีทำร้ายตน มีครั้งหนึ่งที่ทะเลาะกัน ตนเคยเห็นนายชัยพยายามบีบคอลูกแต่ก็ห้ามได้ทัน โดยนายชัยอ้างว่าแค่เล่นกับลูกเท่านั้น ต่อมาก็มีอีกครั้งที่เห็นนายชัยจับขา 2 ข้างของลูก แล้วยกขึ้นสูงให้ห้อยหัวลงมาคล้ายกับจะปล่อยให้ลูกตกลงมากับพื้นแต่ตนมาเห็นก่อนจะช่วยลูกไว้ได้ทัน จากนั้นตนก็ไม่ยอมให้ลูกคลาดสายตาอีก จนวันนี้ตนคิดว่าไม่อยากจะทนอยู่ในสภาพแบบนี้อีกแล้ว และไม่ต้องการที่จะอยู่กับนายชัยอีกต่อไป เพราะไม่รู้ว่าชีวิตตนกับลูกจะปลอดภัยหรือไม่
หลังรับเรื่อง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณา ได้ประสาน พ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ผกก.สภ.ธัญบุรี ก่อนจะให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ พานายคม พ่อเลี้ยง นายชัย และนางสาวแหวนกับลูกเดินทางไปที่สภ.ธัญบุรี เพื่อทำบันทึกไว้เป็นหลักฐาน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่านายชัยมีอาการเมาจึงได้ตรวจหาสารเสพติดในร่างกายแต่ปรากฎว่าไม่พบ ส่วนนางสาวแหวนได้แจ้งความประสงค์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าต้องการจะพาลูกกลับไปอยู่บ้านเกิดที่จ.ศรีสะเกษ และห้ามนายชัยเข้ามายุ่งเกี่ยวกับตนและลูกอีก
ขณะเดียวกัน นางปวีณา ได้ประสาน นายพิทักษ์ บุญฤทธิ์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดปทุมธานี เพื่อรับนางสาวแหวนกับลูกน้อยเข้าอยู่ในความคุ้มครองก่อนจะเดินทางกลับภูมิลำเนา ส่วนนายชัยนั้น นายคม พ่อเลี้ยงได้รับตัวกลับไป อย่างไรก็ตาม ทางมูลนิธิปวีณาฯ จะได้ประสานและติดตามความช่วยเหลือต่อไป.