“ปวีณา” ต้อนรับ “ดร.ชัชชาติ-ดร.ยุ้ย” ดูงานมูลนิธิปวีณาฯ รับฟังปัญหาเด็กและสตรี พร้อมขอข้อเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหา


 



 

 

 

 

 

 

วันที่ 24 กพ.65 เวลา 10.00 น. มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี จ.ปทุมธานี นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ต้อนรับ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ดร.ยุ้ย-เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ และทีมงาน ที่เดินทางมาดูงานมูลนิธิปวีณาฯ รับฟังปัญหาเด็กและสตรี พร้อมขอข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา

นางปวีณา กล่าวว่า มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และดร.ยุ้ย-เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ ที่ให้เกียรติเดินทางมารับข้อฟังปัญหาเกี่ยวกับเด็กและสตรีเพื่อจะนำไปปรับใช้ช่วยเหลือหาทางแก้ปัญหา โดยมูลนิธิปวีณาฯ ก่อตั้งมาตั้งแต่ ปี 2542 นับถึงวันนี้ย่างเข้าปีที่ 23 รับเรื่องร้องทุกข์ตั้งแต่ปี 2543 – 2564 ทั้งสิ้น 159,522 ราย โดยแยกประเภท 13 ปัญหาชาติ
1.ข่มขืน
2.ค้าประเวณี/ค้ามนุษย์
3.ทารุณกรรม/ทำร้ายร่างกาย
4.ปัญหายาเสพติด
5.คนหาย
6.แรงงานไม่เป็นธรรม/แรงงานถูกหลอก
7.ปัญหาครอบครัว
8.ขอความเป็นธรรม
9.แช็ต/อินเทอร์เน็ต
10.ขอความอนุเคราะห์
11.ปัญหาสุขภาพจิตและบริการสาธารณสุข
12.ปัญหาอื่นๆ
13.ผลกระทบจากโควิด-19
และปี 2565 ตั้งแต่ 4 ม.ค. – 17 ก.พ. รับร้องทุกข์ 941 ราย

ขอขอบคุณ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และดร.ยุ้ย-เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ ที่ให้ความสำคัญกับปัญหาสังคม จากประสบการณ์ในการทำงานช่วยเหลือเด็ก สตรี และผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรมมาตลอด 23 ปี ของมูลนิธิปวีณาฯ มีความยินดีที่จะให้ข้อมูลกับทุกหน่วยงาน จึงขอเสนอแนวทางการพัฒนาและแก้ไขปัญหาสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การให้ข้าราชการปรับกระบวนการทำงานในยุคดิจิตอล ซึ่งสโลแกนของมูลนิธิปวีณาฯ ที่จะขอเสนอ คือ รุก รับ รวดเร็ว และต้องประเมินผล

รุก-ต้องมีหน่วยงานเคลื่อนที่เข้าไปตรวจตราในชุมชนเห็นปัญหาช่วยเหลือทันที

รับ-เมื่อเห็นรู้ปัญหาจึงรับเพื่อนำมาให้การช่วยเหลือ

รวดเร็ว-ต้องทำงานอย่างฉับไวในการช่วยเหลือให้ทันต่อเหตุการณ์

ติดตามประเมินผล-เมื่อดำเนินการแล้วจะต้องมีหน่วยงานติดตามประเมินผล

แนวทางการช่วยเหลือที่เป็นรูปประธรรมเร่งด่วน

  1. ตั้งโรงเรียนศูนย์เด็กเล็ก กทม.ทุกชุมชน ให้ชุมชนดูแล
  2. ตั้งศูนย์เด็กอ่อน กทม.
  3. สร้างโรงเรียนเด็กพิการใน กทม.
  4. ตั้งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้ง, ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเฉพาะกลางวันในชุมชน ให้ประชาชนช่วยดูแลกัน
  5. สร้างบ้านพักพิงสำหรับเด็กที่ถูกทอดทิ้ง แยกหญิง-ชาย เนื่องจากบ้านพักเด็กและครอบครัวกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ หรือ 1300 ในกทม.มีอัตรากำลังน้อย บางครั้งไม่สามารถช่วยเหลือได้ทันท่วงที จึงจำเป็นต้องมีเจ้าพนักงานนักจิตวิทยาให้พอเพียงกับปัญหาสังคมในปัจจุบัน
  6. ศูนย์บำบัดยาเสพติดครบวงจร 24 เดือนใน กทม. และทุกจังหวัด
    สำหรับปัญหายาเสพติดที่ทวีความรุนแรงอยู่ในขณะนี้ มูลนิธิปวีณาฯ ขอเสนอโครงการไปยังภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปศึกษาเป็น “โครงการมอบชีวิตใหม่ผู้หลงผิดคืนสู่สังคม” โดยหลังจากที่มีการนำตัวผู้ที่ติดยาเสพติดมาแล้วควรมีขั้นตอนการบำบัดยาเสพติด ฝึกงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ เพื่อที่ผู้เสพจะไม่ย้อนกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมอีกและกลับคืนสู่สังคม มีงาน มีอาชีพ มีรายได้ที่สุจริตได้ภายในระยะเวลา 24 เดือน เพราะที่ผ่านมาการนำตัวผู้เสพไปบำบัดเพียง 45 วัน ถือว่าไม่ได้ผล หลังจากได้รับการบำบัดออกมาแล้วก็ยังเข้าสู่วงจรเดิม

     
    โครงการ “มอบชีวิตใหม่ผู้หลงผิดคืนสู่สังคม” มีระยะเวลา 24 เดือน ดังนี้
    1.ฟื้นฟูสภาพจิตใจ 6 เดือน
    2. ฝึกอาชีพ 6 เดือน
    3.สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ 12 เดือน
    โดยมีการบูรณาการร่วมกันจากกระทรวงที่รับผิดชอบ คือ กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงยุติธรรม, กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงพัฒนาสังคมละความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงศึกษา, และกระทรวงแรงงาน
    ผลที่คาดว่าจะได้รับ คือ ผู้เสพยาเสพติดพอระยะหนึ่งก็ผันตัวเป็นผู้ขายตรง หรือเราเรียกว่า direct sale ก็จะหายไป และสามารถตัดวงจรยุติการขายยาเสพติดได้ทันที

  7. ตั้งคณะกรรมการดูแลสังคมในชุมชน โดยรับสมัครสตรีผู้สูงวัยที่มีความรู้เกษียณอายุแล้วมาร่วมเป็นเครือข่ายอาสาสมัครดูแลสังคมในชุมชน เป็นหูเป็นตาแทนผู้ปกครองที่ต้องไปทำงานกลับดึก เป็นต้น ตรวจตราเยี่ยมบ้านที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย เสนอยังสำนักงานเขต หรือ กทม. จัดทำบันทึกเพื่อมิให้ปัญหาตกหล่นได้ อาสาสมัครควรมีเบี้ยเลี้ยงให้บ้างขอเป็นสตรีเท่านั้น
  8. เปิดสายด่วน ช่วยเหลือสังคม กรุงเทพมหานคร 24 ชม. เสอให้ลงนามMou.กับ หน่วยงานภาครัฐ มูลนิธิต่างๆ ภาคเอกชนที่ช่วยเหลือสังคม บูรณาการร่วมกันให้เป็นรูปธรรม

ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กล่าวว่า ตนเห็นว่าปัญหาเด็กและสตรีเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องเข้ามาดูแล จึงตัดสินใจชวนทีมงานเพื่อนชัชชาติมาฟังแนวคิดจากผู้มีความเชี่ยวชาญที่ทำเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน เพื่อหารือรับฟังปัญหาและขอข้อเสนอแนะเพื่อนำไปปรับใช้แก้ไขปัญหาในนโยบายเกี่ยวกับเด็กและสตรีว่าควรจะเป็นอย่างไร

โดยจากการพูดคุยกับมูลนิธิในวันนี้ เห็นพ้องกันว่า สิ่งที่สามารถทำได้เลย คือ ศูนย์เด็กแรกเกิด สำหรับช่วงอายุ 0-3 ปี เพราะ กทม.ยังมีช่องว่างตรงนี้อยู่ และให้ทำงานแบบบูรณาการร่วมกันกับศูนย์ผู้สูงอายุ เพราะคนเหล่านี้ถือเป็นสมบัติของชุมชน สามารถทำคุณประโยชน์ได้มาก นอกจากนี้ ต้องมีการการจัดทำสายด่วนรับเรื่องราวร้องทุกข์เกี่ยวกับปัญหาสังคม รวมทั้งการจัดตั้งศูนย์ปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิตด้วย

ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กล่าวอีกว่า สิ่งแรกที่จะทำได้เลยคือศูนย์เด็กแรกเกิดซึ่งเราลงพื้นที่ไปดูแล้วว่าทางกทม.ตั้งแต่ 0-3 ขวบ เด็กไม่มีที่เลี้ยงซึ่งแม่ลาคลอดได้เพียง 3 เดือน ซึ่งทางกทม.ที่จะต้องเขาไปช่วยคือเด็กแรกเกิดหรือเด็กอ่อน เมื่อเข้าสู่โรงเรียนก็ดีขึ้น เรื่องที่ 2 คือเมื่อเด็กนักเรียนเลิกเรียนแล้วจนกว่าพ่อแม่จะมารับก็จะมีช่วงเวลาว่างหลายชั่วโมง แต่ถ้าครูขยายเวลาดูแลเด็กได้ก็จะปลอดภัยมากขึ้นซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญ ส่วนผู้สูงก็มีส่วนสำคัญกับชุมชนซึ่งเราอยากจะให้ผู้สูงอายุมีส่วนที่จะทำให้ชุมชนดีขึ้น และเรื่องสายด่วนก็สำคัญ และศูนย์สุขจิตก็ต้องอยู่ในนโยบายด้วยเช่นกัน

ด้าน ดร.ยุ้ย-เกษรา กล่าวว่า ทีมงานเพื่อนชัชชาติให้ความสำคัญกับเรื่องเด็กและสตรี เพราะในปัจจุบันพบว่าตัวเลขปัญหาทางสังคมเกี่ยวกับเด็กและสตรีเพิ่มขึ้นตามปัญหาเศรษฐกิจ และในฐานะที่กทม.เป็นเจ้าบ้าน ก็ถือเป็นความรับผิดชอบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งกทม.ต้องเข้าไปช่วยเหลือชุมชนในเชิงรุกมากขึ้น คือนอกจากการให้ชุมชนช่วยเหลือตัวเองแล้ว กทม.จะต้องเข้าไปให้การสนับสนุนเพิ่มเติม โดยหัวใจสำคัญอีกอย่างที่ต้องมีคือ การแก้ไขปัญหาให้ได้ทันท่วงทีเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น


🙏ยังมีคนทุกข์ร้อนรอความช่วยเหลืออีกจำนวนมาก

ร่วมบริจาคช่วยเหลือเด็ก สตรี และผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมกับมูลนิธิปวีณาฯ ผ่าน QR Code หรือ ธ.ไทยพาณิชย์ เลขที่ 076-2-76401-3


🙏🙏ขอเชิญทุกท่านมีส่วนร่วมช่วยเหลือสังคมกับมูลนิธิปวีณาฯ บริจาคเงินสนับสนุนการดำเนินงานมูลนิธิปวีณาฯ ตามคิวอาร์โค้ด (QR Code) นี้👇👇


      • ธนาคารกสิกรไทย เลขที่ 006-3-34613-6 ชื่อบัญชี มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี
      • หรือ บริจาคผ่าน PROMPT PAY (พร้อมเพย์) หมายเลข 099 300 0195 906
      • ธนาคารกรุงเทพ เลขที่ 187-4-44641-0
      • ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 076-2-76401-3
      • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เลขที่ 381-1-22311-0

#ร่วมช่วยเหลือสังคมกับมูลนิธิปวีณา #ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรีทุกรูปแบบ #บริจาคมูลนิธิปวีณา #1แชร์ช่วยสังคมได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *