ปวีณา ช่วยเหลือหญิงไทยพ้นขุมนรกบาห์เรนกลับไทย ล่าสุด ผบก.บก.ปคม. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคม. ไล่ล่าจับแก๊งผู้เป็นธุระจัดหาค้ามนุษย์ข้ามชาติในไทยได้แล้ววันนี้

น.ส.แอน (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ ถูกคนรู้จักชักชวนไปทำงานนวดแผนไทยเดินทางไปประเทศบาห์เรนเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2563 ถูกยึดพาสปอร์ต บังคับค้าประเวณี ข่มขู่ ถ้าขัดขืนจะโยนลงตึกฆ่าให้ตาย ต้องรับแขก 24 ชม. แต่ละครั้งได้เงินเพียง 150-300 บาท เท่านั้น นอกนั้นแม่แท็กเก็บเงินไปหมด เจ้าของร้าน แม่แท็กเป็นหญิงไทยซึ่งมีสามีเป็นชาวบาห์เรน ทุกคนจะเรียกว่า “ตา จ่อย” เจ้าของร้านแจ้งยอดหนี้ให้ น.ส.แอน เซ็นรับเป็นหนี้ 140,000 บาท อ้างเป็นค่าที่พัก ค่าอาหาร เหยื่อต้องทนทำงานรับแขกมาจนถึงคืนวันที่ 8 ม.ค. 2564 จึงแอบส่งข้อความมายังเพจเฟซบุ๊กของมูลนิธิปวีณาฯ และแชทไลน์คุยกับน้องสะใภ้ เพื่อขอให้ติดต่อมูลนิธิปวีณาฯ ให้ช่วยเหลือออกจากขุมนรกบาห์เรน

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ ได้ติดต่อหา น.ส.แอน และนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสานกระทรวงการต่างประเทศ ให้ช่วยเหลือ น.ส.แอน ติดต่อแอดไลน์สถานทูต ส่งพิกัดที่อยู่ ภาพตึกบริเวณใกล้เคียงส่งให้สถานทูต ต่อมาวันที่ 9 ม.ค. 2564 สถานทูตไทยประจำบาห์เรน ได้แจ้งตำรวจบาห์เรนบุกเข้าช่วยเหลือหญิงไทย 10 คน ทันที และแยกไปพักที่สถานพักพิงในบาห์เรน ตำรวจบาห์เรนใช้เวลาสอบสวนประมาณ 1 เดือนเศษ จนสามารถจับกุม นางปุ๋ย ผู้ดูแลร้าน นางหญิง แม่แท็ก และตาจ่อย หนุ่มชาวบาห์เรนสามีเจ้าของร้านมาดำเนินคดี และน.ส.แอน ได้รับเงินเยียวยาจากทางการประเทศบาห์เรน จำนวน 100,000 บาท และได้เดินทางกลับไทยวันที่ 28 ก.พ. 2564 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิวันที่ 1 มี.ค. 2564 เข้าสู่กระบวนการป้องกันโควิด19 น.ส.แอน ถูกส่งไปกักตัว และต่อมาเป็นโควิด19 สายพันธ์ UK ต้องเข้ารักษาตัวในห้อง ICU ถึงเดือน พ.ค. 2564 รวมเกือบ 2 เดือน ออกมาพักรักษาตัวอยู่บ้านอีก 2 อาทิตย์ ปลายเดือน พ.ค. 2564 ตำรวจ ปคม. ได้ติดต่อไปให้ปากคำและติดตามคดี ตำรวจ ปคม.ได้รวมรวมพยานหลักฐานทั้งหมดออกหมายจับ และสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดที่เป็นธุระจัดหาส่งหญิงไทยไปค้าประเวณีได้แล้ววันนี้

วันนี้ 14 ต.ค. 2564 เวลา 11.00 น. กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ แถลงข่าวว่า สืบเนื่องจากตำรวจสอบสวนกลาง โดย บก.ปคม. ได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีขบวนการหลอกลวงผู้เสียหายไปทำงานต่างประเทศ โดยชักชวนให้ผู้เสียหายไปทำงานนวดสปาที่ประเทศบาห์เรน อ้างว่าได้ค่าแรง 50,000-70,000 บาท ต่อเดือน เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อจึงพาไปทำหนังสือเดินทางและจองตั๋วเครื่องบินโดยผู้เสียหายไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ แต่เมื่อเดินทางไปถึงประเทศบาห์เรน ถูกบังคับให้ขายบริการทางเพศ ยังสถานที่ต่างๆ

ต่อมาผู้เสียหายได้ติดต่อมาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้ประสานความร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตไทย กรุงมานามา ประเทศบาห์เรน จนกระทั่งผู้เสียหายได้รับความช่วยเหลือและสามารถเดินทางกลับมายังประเทศไทยได้ในที่สุด จากพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหายทั้งด้านร่างกายและจิตใจเป็นอย่างมาก ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ปคม. จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหา ต่อมาเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 1 ราย พร้อมยึดของกลางได้หลายรายการ ย่าน อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.6 บก.ปคม. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

น.ส.แอน ย้ำว่า หนูถือว่าโชคดีมากที่ผ่านนรกบาห์เรนมาได้ คิดว่าไม่มีใครช่วยอาจต้องตายที่นั่น ขอบคุณ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ประสานกระทรวงการต่างประเทศให้การช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคม. ที่ได้จับกุมผู้กระทำความผิดหลอกลวงหนูไปตกนรกจนรุดพ้น ให้หนูได้กลับมาบ้าน กลับมามีชีวิตใหม่

นางปวีณา กล่าวว่า ขอบคุณ พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผบก.บก.ปคม. และ พ.ต.อ.ณรงค์ เทศวิบูลย์ รอง ผบก.บก.ปคม. ที่ได้ติดตามจับกุมผู้กระทำผิด ผู้เป็นธุระจัดหาค้ามนุษย์มาดำเนินคดี และขอบคุณกระทรวงการต่างประเทศที่ได้ช่วยเหลือหญิงไทยที่ถูกตกเป็นเหยื่อร่วมกับมูลนิธิปวีณาฯ ตลอดมา

นางปวีณา กล่าวต่อว่า วันที่ 12 ต.ค. 2564 ยังมีหญิงไทยที่ถูกหลอกไปประเทศบาห์เรน ร้องขอความช่วยเหลือมาเพจเฟซบุ๊กของมูลนิธิปวีณาฯ และนางปวีณาฯ ได้ประสาน กระทรวงการต่างประเทศ สถานทูตไทยในบาห์เรนได้แจ้งตำรวจบาห์เรนให้เข้าช่วยเหลือในคืนวันที่ 12 ต.ค. 2564 ออกมาได้จำนวนหนึ่งแล้ว ในจำนวนนั้นมีเหยื่อที่ขอความช่วยเหลือมายังมูลนิธิปวีณาฯ 2 ราย ซึ่งนางปวีณาฯ ได้พาแม่และพี่สาวของเหยื่อทั้ง 2 ราย เข้าแจ้งความกับ พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผบก.บก.ปคม. ในบ่ายวันนี้ที่ 14 ต.ค. 2564 ด้วย

นางปวีณา กล่าวเตือนหญิงไทยที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ขอให้คิดให้ดี เมื่อถูกหลอกแล้วไม่ใช่ว่าจะช่วยได้ทุกคน และควรที่จะสอบถามไปยังกระทรวงแรงงานว่าประเทศนั้นๆ มีงานทำลักษณะใดบ้าง โดยทางมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามคดีร่วมกับตำรวจ ปคม. กระทรวงการต่างประเทศ ให้ความช่วยเหลือโดยจะประสานกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พม. และกระทรวงยุติธรรมให้การช่วยเหลือเยียวยาให้กับเหยื่อจนเสร็จสิ้นกระบวนการยุติธรรมต่อไป.








🙏ยังมีคนทุกข์ร้อนรอความช่วยเหลืออีกจำนวนมาก

ร่วมบริจาคช่วยเหลือเด็ก สตรี และผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมกับมูลนิธิปวีณาฯ ผ่าน QR Code หรือ ธ.ไทยพาณิชย์ เลขที่ 076-2-76401-3


🙏🙏ขอเชิญทุกท่านมีส่วนร่วมช่วยเหลือสังคมกับมูลนิธิปวีณาฯ บริจาคเงินสนับสนุนการดำเนินงานมูลนิธิปวีณาฯ ตามคิวอาร์โค้ด (QR Code) นี้👇👇


      • ธนาคารกสิกรไทย เลขที่ 006-3-34613-6 ชื่อบัญชี มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี
      • หรือ บริจาคผ่าน PROMPT PAY (พร้อมเพย์) หมายเลข 099 300 0195 906
      • ธนาคารกรุงเทพ เลขที่ 187-4-44641-0
      • ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 076-2-76401-3
      • ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เลขที่ 381-1-22311-0

#ร่วมช่วยเหลือสังคมกับมูลนิธิปวีณา #ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรีทุกรูปแบบ #บริจาคมูลนิธิปวีณา #1แชร์ช่วยสังคมได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *