พี่สาวร้อง” ปวีณา” น้องสาวนั่งเลี้ยงลูกวัยขวบเศษอยู่บ้าน ถูกอดีตสามีล็อกคอราดน้ำมันจุดไฟเผาทั้งเป็นต่อหน้าลูก หลังตามง้อขอคืนดีไม่สำเร็จ ญาติและเพื่อนบ้านรีบดึงช่วยเด็กน้อยออกมาได้หวุดหวิด ส่วนน้องสาวอาการสาหัสผิวหนังถูกเผาไหม้ 60 เปอร์เซ็นต์ ยังไม่พ้นขีดอันตรายนอนห้อง ICU ส่วนอดีตสามีซึ่งตั้งใจเตรียมน้ำมันมาราดถูกน้ำมันกระเด็นใส่ไฟลุกได้มารักษาตัวที่รพ.เดียวกัน ขณะนี้ปลอดภัยแล้ว ญาติหวั่นหญิงสาวจะถูกทำอันตรายซ้ำอีก “ปวีณา” ประสาน ผกก.เมืองนครพนม ช่วยเหลือด่วน

วันพุธที่ 27 พ.ย.62 เวลา 14.00 น. ที่โรงพยาบาลอุดรธานี นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ประสาน พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ อรัณยกานนท์ ผกก.สภ.เมืองนครพนม ร่วมเดินทางไปเยี่ยมอาการ น.ส.แป๋ว (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี ชาวจ.นครพนม ซึ่งถูกนายเอ็ม (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี อดีตสามี ใช้น้ำมันราดจุดไฟเผาทั้งเป็นหลังง้อขอคืนดีไม่สำเร็จ จนได้รับบาดเจ็บสาหัสพักรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียู โดยมูลนิธิปวีณาฯ ได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวน.ส.แป๋ว จำนวน 5,000 บาท ทั้งนี้หลังจากที่นายแพทย์ณรงค์ ธาดาเดช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุดรธานี ได้รับการประสานงานจากนางปวีณา ก็มอบหมายให้ นายแพทย์เกรียงศักดิ์ พิมพ์ดา รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุดรธานี มาให้การต้อนรับ

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมา พี่สาวของน.ส.แป๋ว ร้องทุกข์มายังมูลนิธิปวีณาฯ แจ้งว่า น.ส.แป๋วอยู่กินกับนายเอ็ม อาชีพรับจ้าง มาประมาณ 3 ปี โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน และมีลูกชายวัยขวบเศษ 1 คน ระยะหลังนายเอ็มไม่ค่อยทำงาน ในครอบครัวจึงไม่ค่อยมีเงินใช้จ่ายจนมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง ก่อนที่น.ส.แป๋วจะขอแยกทางกับนายเอ็มมาได้ประมาณ 2 เดือนแล้ว ระหว่างนั้นนายเอ็มก็จะพยายามมาง้อขอคืนดีอยู่ตลอด กระทั่งช่วงบ่ายวันที่ 22 พ.ย. นายเอ็มได้มาที่บ้านเพื่อง้อน.ส.แป๋วเช่นเคย ซึ่งน.ส.แป๋วกำลังนั่งเลี้ยงลูกอยู่ หลังจากทั้งคู่คุยกันได้สักพักก็มีปากเสียงกันขึ้น เพราะน.ส.แป๋วไม่ยอมคืนดีด้วย จากนั้นนายเอ็มได้เข้าล็อกคอน.ส.แป๋ว ก่อนจะเอาน้ำมันที่เตรียมมาด้วยราดลงบนตัวน.ส.แป๋ว จังหวะนั้นญาติมาเห็นเข้าพอดีจึงรีบดึงเด็กออกมาได้ทันและพยายามห้ามปรามนายเอ็มแต่ไม่สำเร็จ จากนั้นนายเอ็มก็จุดไฟเผาร่างน.ส.แป๋วทั้งเป็นจนดิ้นทุรนทุราย ญาติๆ และเพื่อนบ้านจึงรีบช่วยกันดับไฟก่อนพาน.ส.แป๋วส่งโรงพยาบาลนครพนม ส่วนนายเอ็มก็ได้รับบาดเจ็บถูกไฟไหม้ตามแขนและหน้าอกด้วยเช่นกัน และอาศัยช่วงชุลมุนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป โดยญาติน.ส.แป๋วมาทราบภายหลังว่านายเอ็มก็เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลนครพนมด้วย หลังเกิดเหตุญาติน.ส.แป๋ว ได้เข้าแจ้งความไว้แล้วที่สภ.เมืองนครพนม

พี่สาวเล่าอีกว่า หลังแพทย์ตรวจร่างกายน.ส.แป๋ว พบมีบาดแผลบริเวณใบหน้า ลำคอ หน้าอก หลัง และตามตัวลงมาถึงเอว ผิวหนังถูกไฟไหม้ไปประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ อาการสาหัสต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ไม่สามารถลืมตาหรือพูดโต้ตอบได้ ให้ญาติทำใจไว้เพราะอาการต้องประเมินวันต่อวัน ในวันที่ 25 พ.ย. ทางโรงพยาบาลนครพนมจึงได้ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลอุดรธานี ทั้งนี้นายเอ็มก็ถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลเดียวกันด้วย แต่ตอนนี้นายเอ็มอาการปลอดภัยแล้ว พักรักษาตัวอยู่ที่ห้องผู้ป่วยชาย ญาติจึงเกรงว่าน.ส.แป๋วอาจจะไม่ปลอดภัย ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือและติดตามคดีให้ด้วย

หลังรับเรื่องร้องทุกข์ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ อรัณยกานนท์ ผกก.สภ.เมืองนครพนม สอบถามความคืบหน้าคดี โดย พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ได้รายงานว่า หลังเกิดเหตุทางพนักงานสอบสวนได้ไปดูที่เกิดเหตุ ไปเยี่ยมผู้ป่วยและสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานไปขอหมายจับนายเอ็มแล้ว ในข้อหา พยายามฆ่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 26 พ.ย.62 ทั้งนี้ตำรวจจะได้อายัดตัวที่โรงพยาบาลและรอแพทย์ประเมินอาการว่าจะสามารถคุมตัวไปฝากขังศาลได้เมื่อไหร่ โดยนางปวีณา ก็ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำงานอย่างรวดเร็ว และฝากให้ช่วยดูแลความปลอดภัยของน.ส.แป๋วที่โรงพยาบาลตามที่ญาติร้องขอด้วย

พร้อมกันนี้นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ยังได้ประสาน นางสิริวิมล ภู่หริย์วงศ์สุข พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุดรธานี และนางเยาวพรรณ แช่มพุทรา หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดอุดรธานี ให้ความช่วยเหลือครอบครัวน.ส.แป๋ว พาไปติดต่อขอรับเงินเยียวยาจากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และให้การดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจน.ส.แป๋วและลูกน้อย โดยทางมูลนิธิปวีณาฯ จะประสานความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง.