แม่ใจจะขาดร้อง “ปวีณา” ถูกอดีตสามีติดยากีดกันไม่ให้พบลูก 2 คน คลั่งอาละวาดทำร้ายพ่อแม่และน้องสาว ขังลูกไว้ในห้องให้นั่งดูตัวเองเสพยา หวั่นเกิดเหตุไม่คาดคิดเด็กจะเป็นอันตราย

วันพฤหัสบดีที่ 8 ต.ค.63 น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี ร้องทุกข์มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า ก่อนหน้านี้ตนอยู่กินกับนายบิ๊ก (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน ปัจจุบันลูกอายุ 8 ขวบ กับ 7 ขวบ แต่ต่อมาได้แยกทางกันเพราะนายบิ๊กติดยาเสพติดและถูกจับกุมในข้อหาจำหน่ายยาเสพติด ตนได้ฝากลูกทั้งสองไว้กับปู่ย่าที่อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี ก่อนที่ตนจะเดินทางไปทำงานในจ.นครปฐม คิดว่าพร้อมเมื่อไหร่จะไปรับลูกมาดูแลเอง ซึ่งตนก็จะไปเยี่ยมลูกเป็นประจำพร้อมทั้งส่งเงินค่าเลี้ยงดูให้ตลอด

จนมาวันนึงนายบิ๊กพ้นโทษออกมาก็มาอยู่บ้านพ่อแม่เหมือนเดิม แต่ไม่ยอมทำงานอะไรขอเงินพ่อแม่ใช้ไปวันๆ และยังคงเสพยาเสพติดอยู่ตลอด พอตนขอลูกมาเลี้ยงก็ถูกกีดกันไม่ให้ไปหาลูก พอโทรคุยกับลูก ลูกจะบอกว่าถูกพ่อขังอยู่ในห้องแล้วพ่อก็เสพยาให้ดู ตนจะไปหาลูกก็ไม่ได้เพราะนายบิ๊กเคยขู่ไว้ถ้าไปเขาจะทำร้ายทำให้ตนกลัว แม้แต่พ่อเขายังโดนลูกชายคลั่งอาละวาดทำร้ายจนต้องหนีออกจากบ้าน ตอนนี้ที่บ้านก็จะเหลือแต่แม่ น้องสาว กับหลานสองคนและนายบิ๊กอยู่ที่บ้าน ซึ่งล่าสุดแม่กับน้องสาวก็โทรมาหาตนบอกว่าถูกนายบิ๊กทำร้ายและขังลูกสองคนเอาไว้ในห้องและนายบิ๊กก็นั่งเสพยาอยู่ตลอดเวลา ตนเกรงว่าลูกจะเป็นอันตรายจึงรีบแจ้งมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อขอความช่วยเหลือด้วย

หลังรับเรื่อง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน พ.ต.อ.ไพฑูรย์ อยู่พะเนียด รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี รักษาราชการแทน ผกก.สภ.สองพี่น้อง เพื่อให้น.ส.บี เข้าพบและแจ้งความในวันที่ 9 ต.ค. พร้อมกันนี้ นางปวีณา ยังได้ประสานนางอุรัยวรรณ์ แสงแก้ว หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสุพรรณบุรี ส่งเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กฯ สุพรรณบุรี ร่วมตรวจสอบสภาพจิตใจเด็กเพื่อให้การช่วยเหลือแยกเด็กทั้งสองจากสภาพแวดล้อมดังกล่าว
จากนั้น พ.ต.อ.ไพฑูรย์ อยู่พะเนียด รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี รักษาราชการแทน ผกก.สภ.สองพี่น้อง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสภ.สองพี่น้อง เดินทางไปที่บ้านนายบิ๊กก่อนจะนำตัวมาสอบสวนและตรวจปัสสาวะปรากฎว่ามีสารเสพติดในร่างกายและนายบิ๊กก็ยอมรับว่าได้เสพยาเสพติดจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ดำเนินคดีข้อหา เสพยาเสพติด

ด้านเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กฯ สุพรรณบุรี และน.ส.บี ได้ไปรับลูกทั้งสองคนจากโรงเรียนก่อนจะพากันมาที่สภ.สองพี่น้อง ขณะเดียวกันปู่และย่าของเด็กก็มาแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเลี้ยงดูหลานทั้งสองคนมานานแล้วมีความผูกพันกันมากและอยากจะดูแลหลานต่อไป ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กฯ สุพรรณบุรี ได้สอบถามความสมัครใจของเด็กทั้งสอง โดยสองพี่น้องยืนยันอยากจะอยู่กับแม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานก่อนให้แม่เด็กรับลูกๆ ไปดูแล ทั้งนี้มูลนิธิปวีณาฯ จะได้ติดตามความช่วยเหลือแม่ลูกทั้งสามคนนี้ร่วมกับกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ต่อไป.

 

#มูลนิธิปวีณา #ร่วมช่วยเหลือสังคมกับปวีณา #1แชร์ช่วยสังคมได้ #ทุกชีวิตมีคุณค่าเท่าเทียมกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *