แม่โร่ร้อง “ปวีณา” ลูกสาววัย 18 ปี ตั้งครรภ์ 7 เดือน ถูกส่งเข้าโรงพยาบาลผ่าตัดเลือดคั่งในสมอง มีฟกช้ำทั้งตัว อาการโคม่า เด็กในท้องเสียชีวิต แม่สงสัยเป็นฝีมือแฟนหนุ่มที่อยู่ด้วยกัน ขอให้เร่งรัดตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมกับลูกสาวด้วย

วันจันทร์ที่ 22 ก.ค 62 เวลา 13.30 น. ที่สภ.เมืองฉะเชิงเทรา นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้พานางหวาน (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี พร้อมแม่และสะใภ้ ไปประชุมร่วมกับ พ.ต.อ.อนุชา กิติวิภาต รองผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา ปฏิบัติหน้าที่แทน พล.ต.ต.ธีรพล จินดาหลวง ผบก.จว.ฉะเชิงเทรา พ.ต.อ.นิพนธ์ พาณิชเจริญ รอง ผบก.จว.ฉะเชิงเทรา และพนักงานสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ภายหลังจากที่นางปวีณา ได้ประสาน พล.ต.ต.ธีรพล จินดาหลวง ผบก.จว.ฉะเชิงเทรา กรณีที่น.ส.ขวัญ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ลูกสาวของนางหวานซึ่งกำลังตั้งครรภ์ 7 เดือน ได้รับบาดเจ็บเลือดคั่งในสมองอาการโคม่าและลูกในครรภ์เสียชีวิต โดยนางหวานสงสัยว่าแฟนหนุ่มของลูกสาวเป็นคนทำร้ายจนสาหัสปางตายและไม่ใช่อุบัติเหตุตามที่แฟนหนุ่มกล่าวอ้าง โดยสรุปผลการประชุม วานนี้ (21 ก.ค.) ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวนายเอก (นามสมมุติ) อายุ 21 ปี แฟนหนุ่มของน.ส.ขวัญ มาตรวจหาสารเสพติดพบว่ามีสารเสพติดในร่างกายจึงแจ้งข้อหา เสพยาเสพติด และจากการสอบสวนนายเอกให้การรับสารภาพว่าเป็นคนทำร้ายน.ส.ขวัญ และกุเรื่องอุบัติเหตุมาเพื่อปกปิดความผิด

จากนั้นนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ พ.ต.อ.อนุชา กิติวิภาต รองผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา พ.ต.อ.นิพนธ์ พาณิชเจริญ รอง ผบก.จว.ฉะเชิงเทรา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา นางหวานและญาติ ได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลพุทธโสธร จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อเข้าเยี่ยมอาการ น.ส.ขวัญ โดย พ.ญ.สมบัติ ชุติมานุกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพุทธโสธร มอบหมายให้ พ.ญ.ระพีพร อารีย์ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ นพ.สดุดี ลาภกระจ่าง หัวหน้ากลุ่มงานนิติเวช พร้อมแพทย์ผู้รักษา น.ส.ขวัญ รอรับและให้ข้อมูลอาการบาดเจ็บของ น.ส.ขวัญ เพื่อนำมาเป็นพยานหลักฐานประกอบสำนวนดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งจากการตรวจร่างกาย น.ส.ขวัญ พบว่ามีรอยฟกช้ำตามร่างกายบริเวณหัวไหล่ แขน ขา และหลัง สมองด้านขวายุบทำให้มันสมองเคลื่อนไปอยู่ด้านซ้าย สรุปเบื้องต้นได้ว่า สาเหตุเกิดจากการถูกทำร้าย ขณะนี้น.ส.ขวัญ อาการสาหัสและทรุดลงเรื่อยๆ โดยแพทย์จะส่งผลการรักษาให้พนักงานสอบสวนเพื่อนำไปขออนุมัติหมายจับนายเอกในข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นสาหัส เพิ่มเติม ก่อนจะคุมตัวไปฝากขังศาลจังหวัดฉะเชิงเทราในวันพรุ่งนี้ (23 ก.ค.)

ภายหลังจากที่นางหวานและญาติได้ความกระจ่างกรณีน.ส.ขวัญ ถูกทำร้ายจนอาการสาหัสปางตายโดยฝีมือแฟนหนุ่ม ซึ่งแพทย์ก็ได้แจ้งให้แม่และญาติทำใจว่าน.ส.ขวัญอาจจะอยู่ได้อีกไม่นาน โดยนางหวานก็ยืนยันที่จะเอาเรื่องนายเอกให้ถึงที่สุด และขอบคุณมูลนิธิปวีณาฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจ แพทย์โรงพยาบาลพุทธโสธรที่ช่วยให้ความเป็นธรรม จากนี้ทางมูลนิธิปวีณาฯ ก็จะประสานกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เพื่อให้นางขวัญได้รับเงินเยียวยาและช่วยเหลือติดตามคดีต่อไป

สืบเนื่องจากวันเสาร์ที่ 20 ก.ค 62 นางหวาน (นามสมมุติ) มารดา น.ส.ขวัญ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ได้แจ้งเรื่องร้องทุกข์มูลนิธิปวีณาฯ ว่า สงสัยลูกสาวจะถูกแฟนหนุ่มทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสจนลูกในครรภ์เสียชีวิต ขณะนี้ยังไม่รู้สึกตัว โดย นางหวาน เล่าว่า ลูกสาวเรียนจบชั้น ม.3 จากนั้นก็เรียนต่อ กศน. และทำงานไปด้วย จากนั้นได้มารู้จักกับแฟนหนุ่ม อายุ 21 ปี และตัดสินใจมาอยู่กินด้วยกันเมื่อช่วงเดือน ต.ค 2561 ที่บ้านแฟนหนุ่ม ในจ.ฉะเชิงเทรา และช่วยทางบ้านแฟนค้าขาย และได้ตั้งครรภ์บุตรคนแรก ในระหว่างที่อยู่กินกันนั้น ลูกสาวมักจะติดต่อกับพี่สะใภ้อยู่ตลอด และมาเที่ยวบ้านยายเป็นบางครั้งแต่ด้วยความที่ลูกสาวเป็นคนที่ไม่ค่อยพูด ต่อมาเมื่อวันที่ 16 ก.ค 62 ตนได้รับโทรศัพท์จากฝ่ายแฟนว่าลูกสาวลื่นล้มในห้องน้ำ เข้ารักษาตัวอยู่ที่ รพ.พุทธโสธร เช้าวันที่ 17 ก.ค 62 ตนจึงได้เดินทางไปเยี่ยมลูกสาว เห็นสภาพร่างกายฟกซ้ำตามตัว ผ่าตัดเลือดคั่งในสมอง ไม่รู้สึกตัว ส่วนลูกในครรภ์ก็เสียชีวิต อายุครรภ์ 7 เดือน จึงได้สอบถามกับแฟนลูกสาวอ้างว่า คืนวันที่ 15 ก.ค ลูกสาวได้ลื่นล้มในห้องน้ำ แต่ไม่ได้พามาโรงพยาบาล จากนั้นได้เข้านอนกันตามปกติ จนรุ่งเช้าวันที่ 16 ก.ค เห็นลูกสาวนอนไม่ขยับอยู่ท่าเดิมจึงคิดว่าลูกสาวแกล้ง แฟนหนุ่มจึงได้เอาน้ำมาหยอดใส่ปากลูกสาวเห็นว่าลูกสาวมีอาการเกร็งไปทั้งตัว จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลพุทธโสธร

ต่อมา น.ส.เอ (นามสมมุติ) พี่สะใภ้ กล่าวว่า ขณะที่ตนไปเยี่ยม น.ส.ขวัญ (นามสมมุติ) ได้สอบถามอาการจากหมอในเบื้องต้น ระบุว่า อาการของ น.ส.ขวัญ ม่านตาไม่มีการตอบสนองต่อแสง สมองถูกกระแทกอย่างหนัก จนสมองย้ายมาอยู่อีกข้างหนึ่ง เนื่องจากได้รับบาดเจ็บมานานมากจนอาการโคม่าถึงนำส่ง รพ. จากการเอกซเรย์สมอง พบว่ามีรอยซ้ำหลายชั้นซ้ำไปจนถึงสมองด้านใน ปัจจุบันนี้ยังไม่ฟื้น ไม้รู้สึกตัว อีกทั้งพี่สาวของแฟนหนุ่ม ก็ได้ให้ข้อมูลอีกว่า ทั้ง 2 คน มักจะทะเลาะกันอยู่เป็นประจำ ตนและมารดาน.ส.ขวัญสงสัยว่า น.ส.ขวัญน่าจะถูกแฟนหนุ่มทำร้ายร่างกายจนสาหัสจึงตัดสินใจติดต่อขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ