แม่ร่ำไห้ร้อง “ปวีณา” ช่วยทวงความยุติธรรม!! ลูกสาววัย 11 ปี สิ้นใจแล้ว ตอน 1 ทุ่ม วันที่ 14 ม.ค.64 หลังถูกปู่แท้ๆ ข่มขืนจน “ท้องนอกมดลูก” ต้องยุติการตั้งครรภ์และนอนซมมาเดือนเศษ แม่เผยก่อนตายลูกคอยถาม “ตำรวจจับมันได้รึยัง?” ด้าน “ปวีณา” ประสาน ผกก.สภ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ออกหมายจับก่อนรวบตัวทันทีวันนี้

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 ม.ค.64 นางอ้อม (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี ชาวจ.กาฬสินธุ์ ร้องทุกข์มูลนิธิปวีณาฯ แจ้งว่า ด.ญเอ (นามสมมุติ) ลูกสาวอายุ 11 ปี นักเรียนชั้นป.5 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ถูกนายเอก (นามสมมุติ) อายุ 66 ปี ซึ่งเป็นปู่แท้ๆ ข่มขืนจนท้องนอกมดลูก ขณะนี้อยู่ระหว่างรักษาตัวและได้แจ้งความไว้แล้วที่สภ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยติดตามคดีเพื่อนำตัวปู่แท้ๆ รายนี้มารับโทษตามกฎหมาย

นางอ้อม เล่าว่า ต้นเดือนพ.ย.63 ตนมาทำงานที่กรุงเทพฯ ส่วนน้องเอ ลูกสาว อาศัยอยู่กับตายายในอ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ตอนนั้นเป็นช่วงปิดเทอมซึ่งตายายต้องออกไปเกี่ยวข้าว น้องเอจึงไม่อยากอยู่บ้านคนเดียวเลยขออนุญาตตายายไปเล่นที่บ้านปู่กับย่าซึ่งอยู่ไม่ไกลกันและกินนอนอยู่ที่นั่นประมาณ 1 สัปดาห์ พอน้องเอกลับมาบ้านตายายได้ 2 วัน นายเอก ผู้เป็นปู่ก็มาหาที่บ้านโดยซื้อขนมมาให้และขอรับน้องเอไปอยู่ที่บ้านปู่ย่าอีก

กระทั่งวันที่ 23 พ.ย.63 น้องเอได้กลับมาที่บ้านตายายในสภาพอิดโรยและบอกกับตายายว่า “หนูไม่ไหวแล้ว” และมีอาการเวียนศีรษะ อาเจียนตลอด แต่น้องเอก็ไม่ยอมบอกว่าเกิดอะไรขึ้น ตาจึงรีบพาไปพบแพทย์ที่คลินิกได้ยามารับประทานและนอนพักหลายวันแต่อาการไม่ดีขึ้น

จนวันที่ 6 ธ.ค.63 ตาจึงได้พาน้องเอไปพบแพทย์ที่รพ.ประจำอำเภอ เพราะน้องเอยังมีอาการเวียนศีรษะ อาเจียน และปัสสาวะบ่อยครั้ง แพทย์ได้เจาะเลือดไปตรวจและใส่สายสวนปัสสาวะ ก่อนจะสังเกตเห็นอวัยวะเพศของน้องเอผิดปกติ พอผลเลือดออกมาก็พบว่าน้องเอตั้งครรภ์ แพทย์จึงได้อัลตร้าซาวด์พบว่าอายุครรภ์ประมาณ 3-4 สัปดาห์ และเป็นการตั้งครรภ์นอกมดลูก ระหว่างนี้น้องเอก็ไม่ยอมพูดจาหรือเล่าอะไรให้ใครฟัง แพทย์จึงให้ตายายรีบติดต่อให้แม่เดินทางจากกรุงเทพฯ มาดูลูก

วันที่ 8 ธ.ค.63 ตนเดินทางมาหาน้องเอที่รพ.ประจำอำเภอ และค่อยๆ คุยกับลูกจนรู้ว่า น้องเอถูกนายเอก ผู้เป็นปู่ข่มขืนระหว่างที่ไปอยู่บ้านปู่ย่า โดยปู่จะกระทำตอนที่ย่าไม่อยู่บ้านออกไปคั่วพริกในป่าวันที่ 14-15 พ.ย.63 และข่มขู่ไม่ให้บอกใคร จนลูกทนไม่ไหวขอย่ากลับมาบ้านในวันที่ 23 พ.ย.63 และไม่กล้าเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ใครฟัง หลังจากนั้นปู่ก็ไม่เคยมาหาหลานที่บ้านอีกเลย แม้จะรู้ว่าหลานไม่สบายก็ไม่เคยมาดู

วันที่ 9 ธ.ค.63 ทางรพ.ประจำอำเภอ ได้ส่งตัวน้องเอไปที่รพ.ของจังหวัด แพทย์ได้ตรวจเลือดและอัลตร้าซาวด์อีกครั้งก็ยืนยันว่า น้องเอตั้งครรภ์นอกมดลูก และอธิบายว่าถึงแม้เด็กจะยังไม่มีประจำเดือนมาก่อนแต่ก็เป็นช่วงที่ไข่ตกเมื่อถูกกระทำจึงตั้งครรภ์ได้ ก่อนแจ้งให้แม่ทราบว่าควรจะต้องยุติการตั้งครรภ์เพราะอาจจะเป็นอันตรายกับตัวน้องเอ

วันที่ 10-13 ธ.ค.63 แม่เล่าว่า แพทย์ได้ให้กินยาขับเลือด แต่น้องเอก็ไม่มีเลือดออกมาเลย แพทย์จึงได้ให้อัลตร้าซาวด์และตรวจเลือดอีกครั้งก็พบว่าเด็กในครรภ์ไม่อยู่แล้ว ยังคงเหลือเพียงแต่รกที่อาจจะออกมาตามธรรมชาติได้

วันที่ 14 ธ.ค.63 แพทย์อนุญาตให้น้องเอกลับบ้านได้และให้ไปตรวจเพื่อติดตามอาการที่รพ.ประจำอำเภอซึ่งอยู่ใกล้บ้านต่อ ระหว่างนี้น้องเอก็นอนพักอยู่ที่บ้าน

วันที่ 26 ธ.ค.63 แม่ปรึกษากับครอบครัวเห็นว่าเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ ปู่แท้ๆ มากระทำกับหลานสาวตัวเองอายุแค่ 11 ปี จึงได้ไปแจ้งความที่ที่สภ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อต้องการจะดำเนินคดีกับปู่ให้ถึงที่สุด โดยตำรวจได้มีการนัดสอบสหวิชาชีพน้องเอในวันที่ 4 ม.ค.64 ซึ่งน้องเอยืนยันชัดเจนว่าถูกปู่ข่มขืนหลายครั้งระหว่างที่ไปอยู่บ้านปู่กับย่า และเจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะต้องรอผลแพทย์พร้อมกับรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งตนเกรงว่าคดีอาจจะล่าช้า จึงร้องทุกข์มายังมูลนิธิปวีณาฯ ในวันที่ 11 ม.ค.64

หลังรับเรื่อง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน พ.ต.อ.วิชัย ทองคำ ผกก.สภ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อขอให้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับนายเอก ปู่แท้ๆ ที่ข่มขืนกระทำหลานสาววัย 11 ปี ของตัวเอง

ต่อมาช่วงสายวันที่ 15 ม.ค.64 นางอ้อม ได้แจ้งมายังมูลนิธิปวีณาฯ ว่า “น้องเอ ลูกสาวได้เสียชีวิตแล้วเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ของวานนี้ (14 ม.ค.) ที่บ้านพัก เนื่องจากที่ผ่านมาอาการไม่ดีขึ้น ยังเวียนศีรษะ และเมื่อทานอะไรเข้าไปก็จะอาเจียนออกมา อีกทั้งลูกยังมีอาการซึมเศร้า บางครั้งก็นั่งร้องไห้คนเดียว

ก่อนหน้านี้ 2 วัน ตนยังปลอบลูกว่า “อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปนะลูก อยู่กับแม่ไปนานๆ รอดูไอ้คนที่มันทำกับลูกติดคุกก่อน” ซึ่งน้องเอก็พยักหน้า และจะคอยถามแม่อยู่เรื่อยๆ ว่า “ตำรวจจับมันได้รึยังๆ” ซึ่งตนก็ไม่รู้จะตอบลูกว่าอย่างไร และก่อนลูกจะเสียได้บอกกับว่า “แม่หนูหิวทำอะไรให้หนูกินหน่อย ตนก็ทำโจ๊กให้ลูกกินจนหมด จากนั้นน้องเอก็ขอนอนพักซึ่งตนก็นอนเป็นเพื่อน สักพักเมื่อเห็นน้องเอหลับตนจึงลุกไปดูลูกคนเล็กไม่นาน พอกลับมาดูน้องเออีกทีปรากฎว่าลูกได้นอนหลับและเสียชีวิตแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ส่งศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยทวงความยุติธรรมให้ครอบครัวตนด้วย”

หลังทราบเรื่อง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้แสดงความเสียใจกับนางอ้อมและครอบครัวที่ต้องมาสูญเสียน้องเอ ลูกสาววัย 11 ปี และได้ประสาน พ.ต.อ.วิชัย ทองคำ ผกก.สภ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อขอให้เร่งดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายกับผู้กระทำผิดโดยเร็ว โดย พ.ต.อ.วิชัย รายงานว่า ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างไปขออนุมัติศาลออกหมายจับนายเอก ปู่แท้ๆ ที่ข่มขืนหลานสาววัย 11 ปี ในข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 13 ปี และได้ออกหมายจับในเวลา 11.00 น.

ต่อมา 12.00 น. วันที่ 15 ม.ค.63 พ.ต.อ.วิชัย ทองคำ ผกก.สภ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ได้รายงานมายังนางปวีณาอีกครั้งว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.สหัสขันธ์ ได้ทำการจับกุมตัวนายเอก มาแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวนและรอผลชันสูตรศพน้องเอมาประกอบสำนวนก่อนสรุปส่งอัยการสั่งฟ้อง อย่างไรก็ปตาม มูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามความคืบหน้าต่อไป

#บริจาคมูลนิธิปวีณา #มูลนิธิปวีณา #สร้างความสุขให้ใจ #เพิ่มคุณค่าให้ชีวิต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *