สาวลูก 4 ติดยาบ้า ลูกคนเล็กเพิ่งคลอดได้ 5 วัน เสพยานั่งสะลึมสะลือให้นมลูก บางครั้งเกรี้ยวกราดเวลาอยากยาแต่ขอเงินใครไม่ได้ ครอบครัวสุดทน!! ร้อง “ปวีณา” ช่วยพาไปบำบัดและคุมกำเนิด

วันศุกร์ที่ 1 พ.ย.62 น.ส.แอน (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี ชาวอ.หนองหาร จ.อุดรธานี ร้องทุกข์มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า น.ส.เอ๋ (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นน้าสาว มีพฤติกรรมเสพยาบ้ามานานหลายปีแล้ว และเสพเป็นประจำทั้งที่เพิ่งคลอดลูกชายคนที่ 4 ได้เพียง 5 วัน ก็ยังเสพก่อนจะมานั่งสะลึมสะลืมให้นมลูก บางครั้งก็มีอาการโวยวายด่าทอคนในบ้านเวลาที่อยากเสพยาบ้าขึ้นมาแล้วขอเงินใครไปซื้อยาบ้าไม่ได้ ทุกคนในบ้านทั้งตายายที่แก่เฒ่า แม่ของตนและสามีของน้าสาวเองก็ไม่มีใครห้ามปรามได้ แถมน้าสาวเองก็ไม่รู้จักคุมกำเนิด ลูกๆ ทั้ง 4 คน ยังเล็กและเป็นด.ช.ทั้งหมด อายุ 8 ขวบ, 5 ขวบ, 1 ขวบครึ่ง และคนล่าสุดเพิ่งเกิดได้เพียง 5 วัน ทุกคนในบ้านต้องนั่งเลี้ยงหลานอย่างหวาดระแวงเกรงว่าน้าสาวจะอาละวาดเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ก่อนหน้านี้น้าสาวก็ทุบตีลูกคนที่ 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวไปตักเตือนแล้วปล่อยมาก็เป็นเหมือนเดิม ขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยประสานนำตัวน้าสาวไปบำบัดยาเสพติดและคุมกำเนิด

หลังรับเรื่องนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน นางสิริวิมล ภู่หริย์วงศ์สุข พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุดรธานี ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวและให้การช่วยเหลือน.ส.เอ๋ โดยในวันอังคารที่ 5 พ.ย.62 นางสิริวิมล วิมล ภู่หริย์วงศ์สุข พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุดรธานี ได้มอบหมายให้ น.ส.รัตน์ชนก อัตพันธ์ เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการยุติความรุนแรงในครอบครัว ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.หนองหาน ลงพื้นที่บ้านน.ส.เอ๋ จากการสอบถามบุคคลในครอบครัวทราบว่าได้รับความเดือดร้อนต้องอยู่กันอย่างหวาดระแวง และกลัวลูกๆ ของน.ส.เอ๋จะเป็นอันตราย ก่อนที่เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมฯ และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะอธิบายข้อกฎหมายความรุนแรงในครอบครัวให้น.ส.เอ๋ เข้าใจ และประสานรพ.หนองหาน ในเรื่องการพาน.ส.เอ๋ ไปทำการคุมกำเนิดเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์อีก

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.หนองหาน ดำเนินการตรวจปัสสาวะน.ส.เอ๋ ซึ่งพบสารเสพติดจึงได้ดำเนินการส่งบำบัดที่รพ.หนองหาน อ.หนองหาน จ.อุดรธานี โดยระหว่างนี้ทางครอบครัวน.ส.เอ๋ จะให้การดูแลหลาน เพื่อรอให้น.ส.เอ๋เลิกยาได้และกลับคืนสู่อ้อมอกครอบครัวจะได้อยู่กันอย่างปกติสุข ทั้งนี้ทางมูลนิธิปวีณาฯ จะประสานและติดตามการช่วยเหลือกับทางพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุดรธานีต่อไป