สาวท้อง 6 เดือน ร้อง “ปวีณา” สามีติดยาเลี้ยงด้วยลำแข้ง ทำร้ายทุบตี เตะ ถีบ กระทืบน่วมเกือบทุกวัน หวั่นตัวเองกับลูกเป็นอันตรายถึงชีวิต ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือให้พ้นขุมนรก

คืนวันอังคารที่ 14 เม.ย.63 นางสาวสวย (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี แอบโทรมาร้องทุกข์มูลนิธิปวีณาฯ แจ้งว่าตนเองมีลูกสาววัย 3 ขวบ 1 คน ที่เกิดจากสามีเก่า ปัจจุบันตนมาอยู่กินกับนายแมน (นามสมมุติ) ชาวจ.เชียงราย ในบ้านพักของนายแมนที่อ.แม่สรวย อยู่กันมาร่วม 1 ปีแล้ว และตนก็กำลังตั้งท้องลูกของนายแมนได้ 6 เดือน แรกๆ นายแมนก็เป็นคนดีดูแลตัวเองกับลูกสาวดีทุกอย่าง ต่อมานายแมนเริ่มมีพฤติกรรมเสพยาเสพติด มักมีอารมณ์ฉุนเฉียวหาเรื่องทะเลาะไม่เว้นแต่ละวัน แถมยังทุบตีทำร้ายตนเป็นประจำ ทั้งเตะ ถีบ กระทืบ ทำร้ายจิตใจจนตนทนไม่ไหวแล้ว อยู่ต่อไปตนกับลูกอาจจะตายก็ได้ อยากจะพาลูกกลับไปบ้านเกิดของตัวเองที่จ.นครปฐม ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือด้วย

หลังรับเรื่องกลางดึก นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน พ.ต.อ.จิตรกร ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผกก.สภ.แม่สรวย จ.เชียงราย ขอให้เข้าช่วยเหลือนางสาวสวย ที่กำลังตั้งท้อง 6 เดือน กับลูกสาววัย 3 ขวบ ต่อมาช่วงเช้าตรู่วันพุธที่ 15 เม.ย.63 พ.ต.อ.จิตรกร พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แม่สรวย ได้เดินทางไปที่บ้านของนายแมนและช่วยเหลือนางสาวสวยกับลูกสาวออกมาได้ปลอดภัย โดย พ.ต.อ.จิตรกร ได้โทรศัพท์แจ้งมายังนางปวีณา พร้อมกับให้นางสาวสวยได้พูดคุยกับนางปวีณา ซึ่งนางสาวสวยร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความดีใจและกล่าวขอบคุณนางปวีณาที่แจ้งตำรวจให้เข้ามาช่วยได้รวดเร็ว ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แม่สรวย ได้นำตัวนายแมนไปสอบสวนและตรวจปัสสาวะปรากฎพบมีสารเสพติดอยู่ในร่างกาย จึงแจ้งข้อหาดำเนินคดี ทำร้ายร่างกาย และเสพยาเสพติด สอบสวนนายแมนให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

จากนั้น นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน นางสาวรัชนี ตรัยตรึงศ์โกศล พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงราย ส่งเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมฯ มารับนางสาวสวยและลูกสาวไปอยู่ในความดูแลชั่วคราวก่อนจะส่งกลับจ.นครปฐม เนื่องจากเป็นช่วงที่มีพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งนี้ทางมูลนิธิปวีณาฯ จะร่วมกับพัฒนาสังคมฯ เชียงราย และพัฒนาสังคมจ.นครปฐม ทำงานบูรณาการร่วมกันเพื่อติดตามช่วยเหลือฟื้นฟูสภาพจิตใจนางสาวสวยกับลูกสาวให้กลับมาดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข และเยี่ยมครอบครัวดูความพร้อมศักยภาพว่าสามารถเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวได้หรือไม่ รวมเรื่องค่าครองชีพที่จะต้องมีความพร้อมในการเลี้ยงดูลูก ซึ่งมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามและให้ความช่วยเหลือต่อไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมฯ เชียงราย ได้ช่วยเหลือพานางสาวสวยไปตรวจร่างกายร่องรอยบาดแผลถูกทำร้ายที่โรงพยาบาลเพื่อประกอบสำนวนในการดำเนินคดีกับนายแมน และพานางสาวสวยไปจดทะเบียนหย่ากับนายแมนที่อำเภอตามที่นางสาวสวยร้องขอ ก่อนจะรับตัวเข้าอยู่ในความดูแลของศูนย์เรียนรู้เพื่อพัฒนาสตรีและครอบครัว ทั้งนี้การช่วยเหลือในการส่งกลับภูมิลำเนานั้น เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากรถโดยสารตามเส้นทางหยุดวิ่งในช่วงโควิด-19 อาจต้องรอสถานการณ์ดีขึ้นถึงจะดำเนินการส่งกลับได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *