สลด..สาวลาวอุ้มลูกชายวัย 8 เดือน เข้าไปเลี้ยงในห้องขัง หลังถูกจับข้อหาเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ร้อง “ปวีณา” ช่วย!! เป็นห่วงลูกน้อยที่ต้องกินนม ไม่รู้เจ้าหน้าที่จะส่งตัวกลับเมื่อไหร่

วันอังคารที่ 12 ก.พ.62 นางสาวมล (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ชาวลาว ร้องทุกข์มาทางเพจเฟซบุ๊กมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า ขณะนี้ตนเองถูกกักขังอยู่ในห้องควบคุมผู้ต้องหา สภ.หนองสังข์ อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จ.ชัยภูมิ จับกุมในข้อหา ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งตนจำเป็นจะต้องนำลูกชายวัย 8 เดือน มาเลี้ยงดูในห้องขังด้วยเพราะลูกต้องกินนมแม่ และยังไม่รู้เจ้าหน้าที่จะส่งตัวกลับประเทศลาวเมื่อไหร่ ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยติดตามคดีและช่วยลูกน้อยด้วย

นางสาวมล กล่าวว่า ตนเป็นคนลาวมาอยู่กินกับนายเอก (นามสมมุติ) สามี ในพื้นที่ต.หนองสังข์ อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ได้ประมาณ 4 ปีเศษ มีลูกด้วยกัน 2 คน คนโตเป็นเด็กหญิงอายุ 2 ขวบ และคนเล็กเป็นเด็กชายวัย 8 เดือน เมื่อวันจันทร์ที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะที่อยู่บ้านเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมตนข้อหา เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายต้องถูกส่งตัวกลับประเทศลาว ตนร้องขอกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอนำลูกชายมาเลี้ยงดูขณะถูกคุมขังด้วยเพราะลูกต้องกินนม เจ้าหน้าที่ตำรวจก็อนุญาต ส่วนสามีก็เลี้ยงลูกสาวอยู่ที่บ้าน และนำข้าวปลาอาหารมาส่งให้ตนกับลูกบ้าง ซึ่งตนเป็นห่วงลูกชายมากที่ต้องมาอยู่ในสภาพเช่นนี้เพราะไม่รู้ว่าจะถูกส่งกลับเมืองไหร่

หลังรับเรื่อง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน นางนงนุช สุขา พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชัยภูมิ (พมจ.ชัยภูมิ) ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อให้การช่วยเหลือทันที

โดยวันพุธที่ 13 ก.พ.62 นางนงนุช สุขา พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชัยภูมิ พร้อมพนักงานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก (พมจ.ชัยภูมิ) สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชัยภูมิ และนักจิตวิทยา บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชัยภูมิ ได้ลงพื้นที่เยี่ยม นางสาวมล ที่สภ.หนองสังข์ และตรวจสอบพบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชัยภูมิจะต้องส่งนางสาวมลกลับประเทศลาว โดยนำตัวส่งไปที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเลย ในวันเดียวกันนี้ เพื่อดำเนินการในขั้นตอนของกฎหมาย

ขณะเดียวกัน พมจ.ชัยภูมิ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปเยี่ยมบ้านพักของนางสาวมลพบว่ามีฐานะยากจน แต่ก็ยังมีปู่กับย่าช่วยสามีเลี้ยงดูลูกทั้ง 2 คนได้ ก่อนจะมอบเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่ง และพาสามีกับลูกมาเยี่ยมนางสาวมลที่ สภ.หนองสังข์ เพื่อให้กำลังใจกันก่อนที่นางสาวมลจะเดินทางกลับประเทศลาว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ยังได้แนะนำให้นางสาวมล ดำเนินการเรื่องขอใบอนุญาตเข้าเมืองที่ถูกต้องตามกฎหมายก่อนกลับมาอยู่พร้อมหน้าครอบครัวต่อไป