วันพุธที่ 25 ธ.ค.62 นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แถลงผลการดำเนินงานและสถิติการรับเรื่องราวร้องทุกข์ของ “มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี” ปี 2562 (ตั้งแต่ 2 ม.ค.-20 ธ.ค.62) รวมทั้งสิ้น 7,523 ราย โดยปัญหาสูงสุดอันดับ 1. คือ ปัญหาครอบครัว 2,302 ราย คิดเป็น 30.60 % อันดับ 2. ทารุณกรรม/ทำร้ายร่างกาย/กักขัง 1,039 ราย คิดเป็น 13.81 % อันดับ 3. ข่มขืน/อนาจาร 777 ราย คิดเป็น 10.33 %

-ผู้ที่กระทำทารุณกรรม/ทำร้ายร่างกาย/กักขัง อันดับ 1. คือ สามี 485 ราย คิดเป็น 46.68 % อันดับ 2. ญาติ 115 ราย คิดเป็น 11.07 % อันดับ 3. พ่อ/แม่ 107 ราย คิดเป็น 10.30 % ผู้เสียหายอายุน้อยสุด เป็นเด็กหญิงวัย 4 เดือน เหตุเกิดในจังหวัดปทุมธานี ถูกน้าสะใภ้ทำร้ายเลือดคั่งในสมองเสียชีวิต ผู้เสียหายอายุมากสุด เป็นคุณยายอายุ 77 ปี เหตุเกิดที่จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยผู้กระทำเป็น น้องชาย อายุ 56 ปี ใช้มีดฟันศีรษะบาดเจ็บสาหัส หลังทะเลาะมีปากเสียงรุนแรง โดยสาเหตุของปัญหาส่วนใหญ่มาจากยาเสพติด

-ผู้ที่ข่มขืน/กระทำอนาจาร อันดับ 1. คือ คนข้างบ้าน/คนรู้จัก 319 ราย คิดเป็น 41.06% อันดับ 2. เพื่อน 142 ราย คิดเป็น 18.28% อันดับ 3. ญาติ 89 ราย คิดเป็น 11.45% อันดับ 4. พ่อเลี้ยง 72 ราย คิดเป็น 9.27% และอันดับ 5. ปู่/ตา 21 ราย คิดเป็น 3.47% สำหรับผู้ถูกกระทำอายุน้อยสุด มีจำนวน 2 ราย เป็นเด็กหญิงอายุ 3 ขวบทั้งคู่ รายแรก เหตุเกิดที่จ.ลพบุรี เด็กหญิงเป็นนักเรียนศูนย์เด็กเล็กแห่งหนึ่ง ถูกคนขับรถตู้รับส่งนักเรียนล่วงละเมิดทางเพศ เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวแล้ว รายที่ 2 เหตุเกิดที่จ.แพร่ เด็กหญิงถูกสามีของหญิงที่รับจ้างเลี้ยงล่วงละเมิดทางเพศ โดยใช้ไม้กวาดทางมพร้าวแหย่เข้าไปในอวัยวะเพศ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินคดี ผู้ถูกกระทำอายุมากสุด เป็นหญิงชรา อายุ 72 ปี เหตุเกิดที่จังหวัดชัยภูมิ ถูกชายอายุ 62 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน แอบเข้ามาในบ้านและล่วงละเมิดทางเพศ เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างดำเนินคดีหลังทั้งสองฝ่ายตกลงกันไม่ได้

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กล่าวว่า สำหรับปัญหาการค้ามนุษย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทุกวันนี้ทางรัฐบาลก็ได้ทำอย่างจริงจังอยู่แล้ว จึงทำให้ปัญหาการค้ามนุษย์ในประเทศลดลงไปด้วยดีระดับหนึ่ง แต่เรื่องถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศยังคงมีอยู่ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้หญิงที่คิดจะไปทำงานต่างประเทศโดยหวังว่าจะเป็นงานสบาย รายได้ดี ต้องระวังเพราะอาจจะถูกหลอกไปค้าประเวณีตกนรกทั้งเป็น ขณะที่ปัญหาแรงงานไม่เป็นธรรม/ถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ จากพวกที่อ้างเป็นนายหน้าจัดหางาน ที่มูลนิธิปวีณาฯ ได้รับเรื่องร้องทุกข์ในปี 62 มีจำนวน 56 ราย เปรียบเทียบกับปี 2561 จำนวน 53 ราย สูงขึ้น 5.66 % ก็ขอฝากเตือนให้ระวังและตรวจสอบให้ดีก่อนตัดสินใจ (รายละเอียดตามสถิติแรงงานไม่เป็นธรรม/ถูกหลอกทั้งในและต่างประเทศ) ซึ่งล่าสุดเช้านี้ก็มีผู้เสียหายอีก 25 ราย ร้องทุกข์มาที่มูลนิธิปวีณาฯ ว่าถูกหลอกไปทำงานประเทสอังกฤษละนิวซีแลนด์ โดยเสียเงินกันไปคนละ 5-6 หมื่นบาท แต่ไม่ได้เดินทางไป ทั้งนี้มูลนิธิปวีณาฯ จะให้การช่วยเหลือต่อไป

โดย นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ขอเสนอแนวทางให้รัฐบาลแก้ปัญหาเร่งด่วน ดังนี้

1. ขอให้ตั้งศูนย์เด็กเล็กตามกระทรวง หน่วยราชการ บริษัท ห้างร้าน ชุมชน อำเภอ ตำบลต่าง ๆ และจัดหาบุคลากรที่ได้รับการอบรมมาดูแลเด็ก เพื่อช่วยเหลือพ่อแม่ที่ต้องทำงานไม่มีเวลาเลี้ยงดูลูก เนื่องจากบางครั้งเด็กเล็กยังต้องกินนมแม่ เมื่อแม่มีเวลาพักจะได้ดูลูกของตัวเอง จะแก้ปัญหาครอบครัวได้ระดับหนึ่ง และเด็กก็จะมีสุขภาพกายและใจที่ดี เด็กจะได้รับความปลอดภัย ความอบอุ่น และเติมโตเป็นพลเมืองดี และเป็นอนาคตของประเทศต่อไป

2. ตั้งศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติดแบบครบวงจรและทำอย่างจริงจัง เพราะปัญหาหลักทุกวันนี้มาจากยาเสพติด ที่ผ่านมาใช้เวลาบำบัด 45 วัน อาจจะไม่เพียงพอเพราะเมื่อกลับออกมาก็มีโอกาสที่จะกลับไปเสพอีก อยากให้รัฐบาลจัดโครงการฝึกอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ ให้ด้วย หรือจะฟื้นฟูศูนย์วิวัฒน์พลเมืองอย่างจริงจัง นำผู้ที่บำบัดเข้าไปฝึกในค่ายทหารให้มีความเป็นระเบียบและเลิกยาให้ได้เด็ดขาด ก่อนจะให้โอกาสหางานให้ทำ ให้มีรายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัว เรียกว่า ศูนย์บำบัดครบวงจร สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างชีวิตใหม่ ให้ผู้ที่ติดยาเสพติดพ้นจากวงจรอุบาทว์

3. ปัญหา “ท้องแล้วทิ้ง” ที่นับวันเป็นปัญหาใหญ่ ให้มีกฎหมายรองรับหักเงินเดือนฝ่ายชายที่ไม่รับผิดชอบเพื่อให้ฝ่ายหญิงนำไปเลี้ยงดูลูก และหากทำไม่ได้ให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากที่ผ่านมา 1.ไม่มีกฎหมายรองรับ 2.ผู้ชายทำท้องแล้วไม่รับผิดชอบ 3.แม่ต้องเลี้ยงลูกอย่างโดดเดี่ยว 4.หากผู้หญิงรู้ว่าท้องแล้วฝ่ายชายไม่รับผิดชอบ ต้องไปแจ้งตำรวจลงบันทึกประจำวัน หลังคลอดลูกต้องมีการตรวจดีเอ็นเอ โดยฝ่ายชายต้องยินยอมเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ หากพบว่าเป็นพ่อเด็กต้องรับผิดชอบ หากไม่จ่ายค่าเลี้ยงดูจะต้องถูกหักเงินเดือน 1 ใน 4 ของทั้งหมด และหากไม่ทำตามกฎหมายจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย มีทั้งโทษจำคุกและปรับ และต้องมีการบังคับคดียึดทรัพย์เพื่อให้เป็นทุนนำมาเลี้ยงลูกต่อไป

ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาการทำงานช่วยเหลือเด็ก สตรี และผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม มานานร่วม 21 ปี มูลนิธิปวีณาฯ ได้เก็บข้อมูลสถิติและลักษณะของปัญหาต่าง ๆ ในเชิงลึกมาอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมามี นิสิต นักศึกษา อาจารย์ หน่วยงานราชการ และผู้วิจัยโครงการเกี่ยวกับปัญหาเด็ก เยาวชน ความรุนแรงในครอบครัว ข่มขืน ค้าประเวณี ค้ามนุษย์ มาขอข้อมูลเพื่อทำวิทยานิพนธ์ ดุษฎีนิพนธ์ และทำโครงการวิจัยต่าง ๆ ซึ่งทางมูลนิธิปวีณาฯ มีความยินดีให้ความร่วมมือ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการนำไปเป็นแนวทางส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาสังคม และเกิดประโยชน์เป็นรูปธรรมในสังคมระยะยาว และมูลนิธิปวีณาฯ จะมุ่งมั่นทำงานให้เกิดประโยชน์แก่สังคมต่อไป

มูลนิธิปวีณาฯ ขอขอบคุณภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน และสื่อมวลชน ที่ได้ร่วมบูรณาการทำงานร่วมกันจนสามารถช่วยเหลือเด็ก สตรี และผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี และขอขอบคุณพลเมืองดีที่ช่วยกันแจ้งเบาะแส ร่วมกันให้ข้อมูลช่วยเหลือเด็ก สตรี และผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะปัญหาสังคมไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง หรือหน่วยงานใดงานหนึ่ง หากทุกคนช่วยกันปัญหาทุกอย่างจะเบาบางลงไปได้

สถิติรับเรื่องราวร้องทุกข์ของ “มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี” ปี 2562 (ตั้งแต่ 2 ม.ค.-20 ธ.ค.62) รวมทั้งสิ้น 7,523 เรื่อง โดยจำแนกเป็นปัญหาต่าง ๆ ดังนี้

1. ข่มขืน / อนาจาร 777 ราย
2. ล่อลวง/ค้าประเวณี/ค้ามนุษย์ 118 ราย
3. ทารุณกรรม / ทำร้ายร่างกาย / กักขัง 1,039 ราย
4. คนหาย 225 ราย
5. แรงงานไม่เป็นธรรม/ถูกหลอกทั้งในและต่างประเทศ 56 ราย
6. ปัญหาครอบครัว 2,302 ราย
7. ขอความเป็นธรรม 501 ราย
8. แชท / อินเตอร์เน็ต 392 ราย
9. ขอความอนุเคราะห์ 1,212 ราย
10. ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ-บริการทางสาธารณสุข 122 ราย
11. ปัญหาอื่น ๆ 779 ราย อาทิ เรื่องเฉพาะส่วนตัว, อาการป่วย, กังวล หวาดกลัว,ปรึกษาเรื่องทั่วไป