พี่สาวสุดทนร้อง “ปวีณา” ขอความช่วยเหลือน้องสาวที่ต้องตกนรกทั้งเป็น เพราะสามีติดยาบ้างอมแงม บังคับให้ตัวเองกับลูกชายวัย 16 ปี เสพยาบ้าด้วยเพื่อให้ติดยา และต้องหาเงินมาซื้อยาบ้าให้สามีเสพตลอดเวลา โดยตัวสามีไม่ทำงานอะไร แถมมีนิสัยอันธพาล ขณะที่น้องสาวก็มีลูกคนเล็กวัย 10 เดือน ต้องนั่งให้นมทั้งที่ยังเมายาบ้านั่งสะลึมสะลือ

วันพฤหัสบดีที่ 9 ม.ค.63 นางใหญ่ (นามสมมุติ) อายุ 49 ปี ชาวอ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ ร้องทุกข์มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ขอให้ช่วยเหลือนางเล็ก (นามสมุติ) อายุ 40 ปี น้องสาวซึ่งอาศัยอยู่ที่เพิงพักในสวนยางพารา ละแวกเดียวกัน ที่ต้องทนทุกข์ตกนรกทั้งเป็น เพราะอยู่กินกับนายหนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี สามี ซึ่งไม่ยอมทำมาหากิน วันๆ เอาแต่เสพยาบ้า และมีนิสัยเป็นอันธพาล ทั้ง 2 คน มีลูกด้วยกัน 4 คน คนโตเป็นผู้หญิงมีสามีและแยกครอบครัวไปแล้ว คนที่ 2 ชื่อนายต้น (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ไม่ได้เรียนหนังสือ คนที่ 3 อายุ 5 ขวบ ส่วนคนสุดท้องอายุ 10 เดือน

นางใหญ่ เล่าอีกว่า นายหนึ่งได้บังคับให้นางเล็ก น้องสาวของตนและนายต้น ลูกชายคนที่ 2 เสพยาบ้าเพื่อให้ติดยาด้วย และต้องคอยไปหาเงินมาซื้อยาบ้าให้ตัวเองเสพ วันไหนที่นายต้นหาเงินมาได้น้อยก็จะถูกพ่อดุด่าทุบตี ส่วนนางเล็กก็ต้องช่วยลูกชายโดยการไปหยิบยืมเงินจากญาติพี่น้องที่อยู่ใกล้เคียงเพื่อไปซื้อยาบ้ามาให้สามีเสพ เวลาที่น้องสาวตนเสพยาบ้าเข้าไปจะสะลึมสะลือก็ยังนั่งให้นมลูกคนเล็กเป็นที่น่าเวทนาอย่างยิ่ง ซึ่งตนเป็นห่วงสุขภาพของเด็กมาก

“ตนเคยตักเตือนน้องสาวตัวเองหลายครั้งแต่เมื่อนายหนึ่งรู้ก็จะตามมาหาเรื่องที่บ้านของตน ใช้อาวุธปืนและมีดข่มขู่ไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับครอบครัว ซึ่งชาวบ้านคนอื่นๆ ก็เคยโดนเหมือนกันมาแล้วจนไม่รู้ว่าจะช่วยนางเล็กกับลูกๆ ได้ยังงัย ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือด้วย” นางใหญ่ กล่าว

หลังรับเรื่องนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน พ.ต.อ.อลงกรณ์ เสนีย์รณฤทธิ์ ผกก.สภ.คำม่วง และนางอุบลทิพย์ เพชรชู พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกันส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กฯ กาฬสินธุ์ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้การช่วยเหลือนางเล็กกับลูกๆ ทันที โดยมี เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่จากอำเภอคำม่วง ทีมสหวิชาชีพเพื่อการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กฯ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข พยาบาลวิชาชีพ ร่วมเดินทางไปด้วย

เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ทั้งหมดต้องเดินเท้าเข้าไปในสวนยางพาราที่อยู่ลึกเนื่องจากรถเข้าไปไม่ถึง และได้พบเห็นสภาพครอบครัวของนางเล็กเป็นไปตามที่รับแจ้งจริง โดยเพิงพักสภาพทรุดโทรมมาก มีนายหนึ่ง นางเล็ก และลูกอีก 2 คน นั่งนอนเล่นอยู่บริเวณหน้าบ้าน ส่วนนายต้น ลูกชายคนที่ 2 ออกไปทำงานรับจ้างหาเงิน หลังสอบถามข้อเท็จจริง นายหนึ่งคอตกยอมรับสารภาพว่า ติดยาบ้าจริง และบังคับให้ภรรยาและลูกชายคนที่ 2 เสพด้วย จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบบริเวณบ้านพบอาวุธปืนยาว 1 กระบอก แบบไทยประดิษฐ์แขวนอยู่ จึงได้ทำการตรวจยึดและคุมตัวนายหนึ่งไปตรวจปัสสาวะปรากฎพบสารเสพติด จึงแจ้งดำเนินคดี 2 ข้อหา เสพยาบ้าและมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

ส่วนนางเล็กและนายต้น ลูกชายวัย 16 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำหนังสือส่งตัวไปบำบัดยาเสพติด ขณะที่ลูกคนที่ 3 อายุ 5 ขวบ และคนสุดท้องอายุ 10 เดือนของนางน้อยนั้น นางใหญ่ ผู้เป็นป้าและญาติๆ อาสาที่จะช่วยดูแลให้จนกว่านางเล็กและนายต้นจะหายจากการติดยาบ้ากลับมาเป็นปกติซึ่งจะได้ดูแลลูกต่อไป อย่างไรก็ตาม มูลนิธิปวีณาฯ จะประสานและติดตามการช่วยเหลือกับทางพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาฬสินธุ์ในการประเมินผลครอบครัวหลังการบำบัดยาเสพติด เพื่อให้นางเล็กได้เลี้ยงดูลูกอย่างถูกต้องต่อไป