พี่สาวร้อง “ปวีณา” น้องสาววัย 13 ปี ถูกพ่อแท้ๆ ติดยา กระทำชำเรามานาน 1 ปี 9 เดือน ถ้าวันไหนไม่ยอมจะถูกทุบตีด้วยท่อนเหล็กและสากกะเบือ ย่าที่อยู่ด้วยรู้เรื่องแต่ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะถูกขู่ฆ่าทั้งย่าและหลาน จนต้องกล้ำกลืนตกนรก สุดท้ายทนไม่ไหวขอความช่วยเหลือ

วันจันทร์ที่ 24 ก.พ.63 นางสาวเก๋ (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี ร้องทุกข์มายังมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า ด.ญ.ยิ้ม (นามสมมุติ) น้องสาวที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน อายุ 13 ปี ได้แชทเฟซบุ๊กมาขอความช่วยเหลือบอกว่า ถูกนายฤทธิ์ (นามสมมุติ) อายุ 37 ปี พ่อแท้ๆ กระทำชำเรามาตั้งแต่ต้นเดือน พ.ค.2561 จนถึงวันที่ 24 ก.พ.2563 เป็นระยะเวลาถึง 1 ปี 9 เดือน โดยจะกระทำกับน้องสัปดาห์ละ 2 ครั้ง หากน้องไม่ยินยอมก็จะใช้สากกะเบือและเหล็กทุบตี บ้านของน้องอยู่ในอ.บึงบูรพ์ จ.ศรีสะเกษ อาศัยอยู่ด้วยกัน 3 คน มีด.ญ.ยิ้ม พ่อและย่า โดยพ่อมีอาชีพทำนามักจะเสพยาบ้าเป็นประจำและเป็นคนที่ชอบใจความรุนแรง ส่วนย่าก็รู้เรื่องทั้งหมดแต่ไม่รู้จะช่วยด.ญ.ยิ้มอย่างไร เพราะพ่อได้ขู่ฆ่าหมดทุกคน ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยน้องให้พ้นจากเป็นเหยื่อกามพ่อแท้ๆ ด้วย

หลังรับเรื่อง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน พ.ต.อ.สุริยันต์ โพนสิงห์ ผกก.สภ.บึงบูรพ์ จ.ศรีสะเกษ และนายธีรวัจน์ จุลนวล หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดศรีสะเกษ ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กฯ ศรีสะเกษ ร่วมลงพื้นที่บ้านของด.ญ.ยิ้ม เพื่อให้การช่วยเหลือทันที จากนั้นเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กฯ ศรีสะเกษ ได้พาด.ญ.ยิ้ม เข้าแจ้งความ และนำหนังสือส่งตัวด.ญ.ยิ้มจากเจ้าหน้าที่ตำรวจพาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลบึงบูรพ์

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ควบคุมตัวนายฤทธิ์ พ่อแท้ๆ มาสอบสวนเบื้องต้น และทำการตรวจปัสสาวะพบว่ามีสารเสพติด และตรวจค้นภายในตัวพบยาบ้าจำนวนหนึ่งซุกซ่อนอยู่ จึงดำเนินคดีข้อหา เสพยาเสพติด และครอบครองยาบ้า ก่อนควบคุมตัวส่งฝากขังศาลจังหวัดศรีสะเกษพร้อมคัดค้านการประกันตัว ทั้งนี้ในวันที่ 28 ก.พ.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นัดสอบสหวิชาชีพด.ญ.ยิ้ม และจะรวบรวมพยานหลักฐานแจ้งข้อหาเพิ่มเติม กระทำชำเราเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 13 ปี ซึ่งเป็นผู้สืบสันดาน กับนายฤทธิ์ พ่อแท้ๆ อีก 1 ข้อหา

จากนี้ทางเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กฯ ศรีสะเกษ จะได้ประเมินความพร้อมของครอบครัวซึ่งมีย่าและญาติๆ ว่าจะสามารถดูแลด.ญ.ยิ้มได้มากน้อยเพียงใด และจะได้ส่งนักจิตวิทยาไปเยี่ยมบ้านพูดคุยเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจของด.ญ.ยิ้มและย่าจนกว่าจะดีขึ้น โดยทางมูลนิธิปวีณาฯ จะประสานการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องต่อไป.