“ปวีณา” รุดเยี่ยม “น้องดิว” เด็กชายวัย 2 ขวบ ก้านสมองตายนอนอยู่รพ. หลังแม่ร้องขอความเป็นธรรม ลูกถูก “พี่เลี้ยงโหด” ทำร้าย ด้าน “ปวีณา” ประสานตำรวจจนจับกุมตัวพี่เลี้ยงมาดำเนินคดีสำเร็จ

วันพฤหัสบดีที่ 25 ก.ค.62 ที่โรงพยาบาลสมุทรปราการ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมนางวันดี ขำสำอางค์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรปราการ และนางราตรี แฉล่มวารี หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสมุทรปราการ เดินทางไปเยี่ยมอาการ “น้องดิว” เด็กชายวัย 2 ขวบ ที่ได้บาดเจ็บสาหัสคาดว่าสาเหตุจากการถูกทำร้าย โดยนางปวีณาได้ประสาน พญ.ฤทัย วรรธนวินิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมุทรปราการ และได้มอบหมายให้ นพ.สิทธิชัย กุลพรศิริรกุล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมุทรปราการ เป็นผู้ให้การต้อนรับ ขณะที่นางแอน (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี พร้อมยายและย่าของน้องดิวเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิดและอยู่ในอาการโศกเศร้า

จากนั้นนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ นพ.สิทธิชัย กุลพรศิริรกุล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมุทรปราการ นางวันดี ขำสำอางค์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรปราการ และนางราตรี แฉล่มวารี หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสมุทรปราการ นางแอน และย่ากับยายน้องดิว ได้ร่วมประชุมหารือถึงอาการของน้องดิว ซึ่งถูกส่งตัวมารักษาตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยมีร่องรอยเขียวช้ำและรอยกัดทั่วตัว เลือดคั่งในสมองซึ่งแพทย์ได้ทำการช่วยเหลือผ่าตัดสมองแต่อาการไม่ดีขึ้น ก้านสมองตายไม่รู้สึกตัว ไม่สามารถหายใจได้เอง ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา ซึ่งคาดว่าน้องดิวอาจจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน โดยนางปวีณายังได้บอกให้นางแอนเร่งติดต่อพ่อน้องดิวที่แยกทางกันและอาศัยอยู่ที่ภาคใต้เพื่อให้รีบมาเยี่ยมน้องดิวโดยด่วน พร้อมกับมอบเงินช่วยเหลือให้กับนางแอน จำนวน 3,000 บาท และทางบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสมุทรปราการก็ได้สมทบเงินช่วยเหลือไปด้วย

สืบเนื่องจากเมื่อวันพุธที่ 24 ก.ค.62 นางแอน แม่ของน้องดิวได้ร้องขอความช่วยเหลือต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กรณีลูกชายนอนอาการโคม่าอยู่ที่โรงพยาบาล คาดว่าจะถูกพี่เลี้ยงทำร้าย ซึ่งได้ไปแจ้งความดำเนินคดีกับพี่เลี้ยงแล้วที่สภ.พระสมุทรเจดีย์ แต่เกรงว่าคดีจะไม่คืบหน้าขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยให้ความเป็นธรรมด้วย โดยนางแอน เล่าว่า ตนทำงานเป็นแม่บ้านที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ได้ประกาศหาพี่เลี้ยงเด็กทางเฟซบุ๊ก จนได้พูดคุยกับนางเอ (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี และตกลงจ้างให้เลี้ยงลูกเดือนละ 6,500 บาท วันแรกให้ทดลองงานที่ห้องพักของตน และให้นางเอวีดีโอคอล เพื่อดูลักษณะการทำงานและพฤติกรรมการเข้ากับลูก เมื่อเห็นว่าเลี้ยงลูกได้ดีจึงตัดสินใจนำลูกไปฝากเลี้ยงที่บ้านของนางเอตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. ช่วงแรกๆ นางเอก็วีดีโอคอลอัพเดทชีวิตประจำวันของลูกตลอด แต่พักหลังก็หายไป จะติดต่อมาก็ต่อเมื่อต้องการเบิกเงิน เมื่อถามถึงลูกชายก็บอกว่าลูกไม่สบาย จึงบอกกลับไปว่าจะไปรับลูกเพื่อพาไปหาหมอ แต่กลับถูกบ่ายเบี่ยงบอกว่าจะพาไปเอง และให้โอนค่าใช้จ่ายมาแทนจะได้ไม่ต้องลำบากเดินทาง ต่อมาปรากฎว่าได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาลว่าลูกชายไม่สบายรักษาตัวอยู่ เมื่อไปถึงพยาบาลแจ้งอาการลูกว่า ตามตัวมีร่องรอยถูกทำร้าย มีทั้งรอยกัดและรอยทุบตี ซึ่งตนเชื่อพี่เลี้ยงเป็นคนทำร้ายลูก เรื่องนี้จะขอดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

หลังรับเรื่องนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ และพ.ต.อ.อนันต์ ชัยชาญ ผกก.สภ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ เพื่อให้นางแอนไปพบพ.ต.อ.อนันต์ เพื่อให้ข้อมูลอย่างละเอียด โดยพ.ต.อ.อนันต์ รับปากว่าจะให้ความเป็นธรรมกับนางแอนและเร่งนำตัวนางเอ พี่เลี้ยงมาสอบสวน

ล่าสุดช่วงเช้าที่ผ่านมา พ.ต.อ.อนันต์ ชัยชาญ ผกก.สภ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ได้รายงานมายังนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนไปนำตัวนางเอ พี่เลี้ยงมาสอบปากคำ เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่า กัดตามลำตัวของน้องดิวจริงเพราะโมโหที่เด็กอุจจาจระราดบนที่นอน โดยใช้ปากกัดตามตัวติดต่อกันมานานถึง 7 วัน และที่น้องดิวได้รับความกระทบกระเทือนทางสมองอาจจะเกิดจากการตกบันได ทั้งนี้ทางตำรวจไม่ปักใจเชื่อ และได้เดินทางไปตรวจสอบที่บ้านบองนางเอพบว่าเป็นเพียงกระต๊อบทรุดโทรมมีบันไดเพียง 3 ขั้น ที่พื้นเป็นดินซึ่งไม่น่าจะเป็นเหตุให้ถึงกับเลือดคั่งในสมอง เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหากับนางเอ ทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และจะคุมตัวไปฝากขังศาลจังหวัดสมุทรปราการในวันพรุ่งนี้ (26 ก.ค.)

ด้านนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของน้องดิวที่เกิดเรื่องเช่นนี้ และขอย้ำเตือนว่าขณะที่ทุกคนต้องดิ้นรนทำงานหาเงิน การที่จะนำลูกไปฝากเลี้ยงกับใครต้องดูให้ดี ซึ่งควรจะเป็นสถานรับเลี้ยงเด็กที่ได้มาตรฐาน ได้รับอนุญาตถูกต้อง และมีประสบการณืในการดูแลเด็ก และไม่ควรจะนำลูกไปทิ้งไว้เลย สำหรับคนที่อยากจะมีลูกควรจะต้องดูความพร้อมเสียก่อน ถ้าไม่พร้อมก็ไม่ควรจะมีลูก และเมื่อเกิดปัญหาพ่อแม่แยกทางกันจะนำลูกไปฝากใครต้องดูให้ดี จากนี้มูลนิธิปวีณาฯ และกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จะติดตามให้การช่วยเหลือ และมูลนิธิปวีณาฯ จะประสานกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เพื่อให้นางแอนได้รับเงินเยียวยาต่อไป