“ปวีณา” พา “น้องปอ” ไปเยี่ยมสองตายายเหยื่อตัวประกัน “ไอ้บอย” ที่บ้านอ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี เปิดไทม์ไลน์ “ปวีณา” ประสานช่วยเหลือ “น้องปอ” ถูกอดีตสามีโหดปืนจี้ฉุดพาไปทำร้าย 5 วัน ขณะที่ “น้องปอ” เผยนาทีชีวิตเฉียดตายเพราะน้ำมือ “ไอ้บอย” หลายครั้ง

วันที่ 15 ธ.ค.63 เวลาประมาณ 15.00 น. นายบอย บุกเข้าไปในบริษัทสินเชื่อแห่งหนึ่งย่านพัฒนาการ กรุงเทพฯ ขณะที่น้องปอ อดีตภรรยานั่งทำงานอยู่ นายบอยเดินตรงเข้ามาถึงตัวน้องปอใช้อาวุธปืนตบหน้า ทำให้คนทั้งบริษัทกรีดร้องตกใจกลัววิ่งหลบกันวุ่น จากนั้นนายบอยได้ฉุดลากตัวน้องปอไปขึ้นรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีเทา ศฏ 3934 กรุงเทพมหานคร ก่อนขับหลบหนีไปบนรถนายบอยใช้ล็อคนิรภัยสำหรับเด็กล็อกประตูทุกบาน ระหว่างทางก็ดุด่าน้องปอ กล่าวหาว่าทำให้ชีวิตพังเพราะถูกฟ้องร้องหลายคดี และใช้มือตบหน้าหลายครั้ง โดยนายบอยใช้มือข้างขวาจับพวงมาลัยรถ ส่วนมือข้างซ้ายจะถือปืนไว้อยู่ตลอดเวลา ขับรถมุ่งหน้าไปบ้านญาติอ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี 22.00 น. นายบอยวีดีโอคอลคุยกับแม่น้องปอทำร้ายทุบตีลูกสาวให้ดูและขู่จะฆ่ายกครัวจนแม่เป็นลม 24.00 น. นายบอยวีดีโอคอลคุยกับลูกพี่ลูกน้องของน้องปอที่เป็นผู้ชาย ทำร้ายทุบตีน้องปอดุด่าให้ดูอีก

หลังวางสายจากทุกคนนายบอยก็ทั้งตบและเตะเข้าที่ปลายคาง ใบหน้าหลายครั้ง ก่อนจะใช้ปืนตบที่ใบหน้าบริเวณตาและท้ายทอยจนน้องปอไม่มีสติ จากนั้นนายบอยก็จอดรถนอนบริเวณหน้าบ้านหนองโอ่ง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี
วันที่ 16 ธ.ค.63 นายบอยได้ขับรถต่อไปในพื้นที่จ.สุพรรณบุรี บังคับให้น้องปออยู่ห่างเกิน 1 ช่วงแขน ก่อนจะไปจอดรถบังคับน้องปอถ่ายรูปเซลฟี่ทั้งที่หน้าตาเขียวช้ำบวมปูด ระหว่างทางมีญาติโทรมาหานายบอยบอกไม่ต้องย้อนมาหาเพราะมีตำรวจมา นายบอยจึงขับรถไปร้านข้าวซื้อข้าวใส่กล่อง มีคนที่ร้านเห็นน้องปอหน้าตาบวมปูด ระหว่างนั้นนายบอยบังคับให้น้องปอเอารูปที่เซลฟี่ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว เป็นรูปคู่นายบอยกับน้องปอที่ใบหน้าบวมเขียวช้ำ จากนั้นนายบอยก็ขับรถไปต่อ แล้วใช้โทรศัพท์น้องปอโพสต์เฟซบุ๊กอีกครั้งว่า “มารับศพน้องปอหน่อย” น้องปอจะกินอาหารอะไรไม่ได้เลยเพราะจะอาเจียนออกหมดเพราะถูกซ้อมหนัก

ช่วงค่ำวันที่ 16 ธ.ค.63 มีช่วงหนึ่งที่นายบอยจะลากตัวน้องปอขึ้นรถ น้องปอได้สะบัดมือหลุดแล้ววิ่งหนี นายบอยโมโหใช้ปืนยิงเข้าใสน้องปอแต่กระสุนแฉลบไม่โดน ก่อนจะฉุดลากน้องปอไปกับพื้นจนเสื้อผ้าขาดและไม่มีรองเท้าใส่ก่อนพาขึ้นรถขับออกไป
นายบอยได้ขับรถเข้าไปในอ.เมือง จ.สุพรรณบุรี หาตู้เอทีเอ็ม แล้วเอาโทรศัพท์มือถือน้องปอเข้าแอพพลิเคชั่นธนาคารทำรายการกดเงินสดโดยไม่ใช้บัตรจากตู้เอทีเอ็มเป็นเงิน 5 พันบาท จากบัญชีของน้องปอ เงินส่วนหนึ่งนายบอยโอนให้ภรรยา อีกส่วนเป็นค่าใช้จ่ายในการหลบหนี ระหว่างที่นายบอยลงจากรถจะใช้เคเบิ้ลไทร์มัดมือ 2 ข้างของน้องปอไว้เกือบทุกครั้ง จากนั้นบอยได้ขับรถไปที่รพ.สุพรรณบุรี ขึ้นไปบนลานจอดรถขโมยแผ่นป้ายทะเบียนรถคนอื่นก่อนจะขับรถไปเข้าพักที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในอ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ระหว่างที่อยู่ในห้องพักนายบอยจะเดินถือปืนวนเวียนอยู่ในห้องตลอดเวลา ก่อนจะลงมือข่มขืนน้องปอจนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้ง ขณะที่น้องปอกำลังจะหลับด้วยความอ่อนเพลีย นายบอยก็เอาปืนมาจ่อที่ปากหลายครั้ง

วันที่ 17 ธ.ค.63 ประมาณ 10.30 น. ก่อนออกจากรีสอร์ท นายบอยนำแผ่นป้ายทะเบียนรถคนอื่นที่ขโมยมาเอามาเปลี่ยนที่รถของตัวเอง แล้วสั่งให้น้องปอเอาหมอนกับผ้าห่มของรีสอร์ทขึ้นรถไปด้วย ระหว่างที่อยู่ในห้องพักนายบอยไม่ให้น้องปอกินน้ำเลย จนน้องปอต้องแอบเข้าไปกินน้ำจากก๊อกน้ำในห้องน้ำให้อิ่มไว้ก่อน

ซึ่งในช่วงบ่ายวันที่ 17 ธ.ค.63 น้าสาวและน้องสาวของน้องปอได้เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ขอให้ช่วยเหลือน้องปอด้วย นางปวีณาจึงได้พาน้าสาวกับน้องสาวไปแจ้งความกับ พ.ต.อ.ฤทธี ปานดำ รอง ผบก.น.5 ที่สน.คลองตัน โดย พ.ต.อ.ฤทธี ได้รายงานว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวนายบอยและช่วยเหลือน้องปอ ซึ่งทราบว่าขณะนี้ทั้งสองคนอยู่ในพื้นที่จ.สุพรรณบุรี โดยทางตำรวจอยากจะขอสอบปากคำแม่น้องปอ นางปวีณาจึงได้ติดต่อขอให้แม่น้องปอมาเดินทางมาจากจ.แพร่ในคืนนั้น และตำรวจได้ออกหมายจับนายบอยในคืนนั้น

วันที่ 18 ธ.ค.63 นางปวีณา พาแม่น้องปอเดินทางไปพบ พ.ต.อ.ฤทธี ปานดำ รอง ผบก.น.5 และพนักงานสอบสวนเพื่อสอบปากคำที่ สน.คลองตัน
หลังทราบว่านายบอยพาน้องปอไปอยู่ในพื้นที่จ.สุพรรณบุรี นางปวีณา จึงได้ประสาน พล.ต.ต.ชมชวิณ ปุระธนานนท์ ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี เพื่อสอบถามความคืบหน้าและขอให้ช่วยน้องปอกลับมาอย่างปลอดภัย ขณะเดียวกันนางปวีณา ก็ได้ประสาน พล.ต.ต.เอกราช ลิ้มสังกาศ ผบก.ทล. เพื่อช่วยตรวจสอบกล้องตามเส้นทางเพื่อติดตามหารถของนายบอย ซึ่ง พล.ต.ต.เอกราช รายงานว่า นายบอยหลีกเลี่ยงเส้นทางหลักที่มีกล้องขณะนี้จึงยังไม่พบรถที่ขับหลบหนี

ด้านนายบอยได้ขับรถพาน้องปอมุ่งหน้าไปอ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี แล้วขับวนไปวนมาที่ไม่ใช่เส้นทางหลักเพื่อหลบกล้องตามถนน วนอยู่แถวห้วยขาแข้งบอกจะไปจ.แพร่ ทางน้องปอจึงบอกว่าถ้าไปจะต้องผ่านด่านตำรวจถึง 3 ด่าน ทำให้นายบอยกลัวขับรถกลับมาที่อ.ด่านช้าง เพื่อเติมน้ำมันและเติมเงินโทรศัพท์ ขณะที่นายบอยขับรถออกจากปั๊มน้ำมันได้ไปเจอกับรถฟอร์จูนเนอร์ ซึ่งนายบอยเข้าใจว่ารถฟอร์จูนเนอร์ขับไล่ติดตาม นายบอยได้หนีด้วยความเร็วสูงก่อนจะไปเสียหลักแหกโค้งลงข้างทาง นายบอยเห็นว่าเอารถขึ้นมาไม่ได้จึงทิ้งรถแล้วพาน้องปอเดินเท้าหลบหนี ซึ่งมีพลเมืองดีพบเห็นให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นนายบอยก็พาน้องปอไปนอนในป่าอ้อย และเดินเข้าป้าทั้งที่ไม่มีรองเท้าใส่ตลอดทาง

วันที่ 19 ธ.ค.63 ระหว่างที่นายบอยพาน้องปอเดินเท้าไปตามไร้อ้อยทั้งที่ไม่มีรองเท้าใส่ เมื่อไปเจอคนนายบอยก็พยายามขอความช่วยเหลือแต่ไม่มีคนช่วย กระทั่งไปเจอตายาย 2 คน ทำไร่อยู่จึงได้ไปขอความช่วยเหลือก่อนจะใช้อาวุธปืนข่มขู่จี้ทั้งสองคนเป็นตัวประกันบังคับให้ขึ้นรถกระบะของตาให้หมด และนายบอยก็เป็นคนขับหลบหนีไปต่อ ระหว่างนั้นมีญาติของตาโทรเข้ามานายบอยกลัวว่าตาจะบอกให้คนมาช่วย นายบอยจึงใช้ปืนตบหน้าตาได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่นายบอยจะขับรถเข้าไปในพื้นที่จ.อุทัยธานี

จากนั้นนางปวีณา ได้รับรายงานว่า นายบอยขับรถเข้าจ.อุทัยธานี จึงได้ประสาน พล.ต.ต.พันธุ์เทพ ถึงทรัพย์ ผบก.ภ.จว.อุทัยธานี เพื่อสอบถามความคืบหน้าในการติดตามตัวนายบอย ด้วยความห่วงใยน้องปอและสองตายายที่ถูกจับเป็นตัวประกัน โดย พล.ต.ต.พันธุ์เทพ ได้รายงานความคืบหน้าต่อนางปวีณามาเป็นระยะตั้งแต่เช้าจรดเย็น ขณะที่นางปวีณาได้ให้น้าสาวของน้องปอพูดคุยโทรศัพท์กับ พล.ต.ต.พันธุ์เทพ เพื่อให้ญาติได้คลายความกังวลใจรับทราบว่าน้องปอยังปลอดภัย

ช่วงบ่ายวันที่ 19 ธ.ค.63 พล.ต.ต.พันธุ์เทพ รายงานนางปวีณาว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่านายบอยจะเดินทางไปบ้านพ่อแม่ของน้องปอที่จ.แพร่ นางปวีณา จึงได้ประสาน พล.ต.ต.มาโนช มีสกุลคุณ ผบก.ภ.จว.แพร่ แจ้งว่าขณะนี้ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณรอบบ้านของพ่อแม่น้องปอแล้ว โดยน้องปอเล่าว่า นายบอยตั้งใจจะไปจ.แพร่ เพื่อไปหาแม่น้องปอ แต่น้องปอพยายามพูดให้นายบอยเปลี่ยนใจ

ขณะเดียวกันพ่อแม่และลูกชายวัย 2 ขวบ ของน้องปอกำลังเดินทางมาที่มูลนิธิปวีณาฯ จ.ปทุมธานี และถึงมูลนิธิปวีณาฯ ช่วงค่ำวันที่ 19 ธ.ค.63

คืนวันที่ 19 ธ.ค.63 นายบอยได้ขับรถพาน้องปอและตายายไปถึงจ.ขอนแก่น และนายบอยได้ไปหาเพื่อนเพื่อขอยืมเงิน โดยเพื่อนของนายบอยเกลี้ยกล่อมให้นายบอยปล่อยตัวตายายไปดีกว่าเพราะความผิดถ้าติดคุกก็คงไม่กี่ปี จากนั้นนายบอยได้ตัดสินใจปล่อยตัวตายายไป ซึ่งก่อนปล่อยตัวได้ให้ตายายขับรถพานายบอยและน้องปอไปส่งที่โรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งในจ.ขอนแก่น และน้องปอได้ถูกนายบอยข่มขืนเป็นครั้งที่ 2

วันที่ 20 ธ.ค.63 นางปวีณา ได้ประสาน พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกุล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น หลังมีข่าวว่านายบอยหลบไปอยู่ในพื้นที่จ.ขอนแก่น ด้านพล.ต.ต.พุฒิพงศ์ รายงานว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เจอตัวนายบอยและน้องปอแล้วอยู่ที่โรงแรมม่านรูด เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการเจรจาให้นายบอยมอบตัวและปล่อยตัวน้องปอ ซึ่งนางปวีณา ได้ประสานความคืบหน้ากับพล.ต.ต.พุฒิพงศ์ เป็นระยะ กระทั่งเวลาประมาณ 14.00 น. นายบอยจึงยอมมอบตัวกับเจ้าหน้าที่และปล่อยตัวน้องปอมาอย่างปลอดภัย ซึ่งหลังตำรวจจับกุมตัวนายบอยได้นางปวีณาได้ต่อสายให้แม่ของน้องปอได้คุยกับลูกสาวทันที

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายบอยไปลงบันทึกจับกุม และส่งตัวน้องปอไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น ต่อมา พ.ต.อ.ฤทธี ปานดำ รอง ผบก.น.5 ได้รายงานมายังนางปวีณาว่า กำลังจะนำตัวนายบอยเข้ากรุงเทพฯ มาสอบปากคำที่สน.คลองตัน ขณะที่แม่ของน้องปอเป็นห่วงลูกสาวอยากให้ลูกกลับมาที่กรุงเทพฯ นางปวีณาจึงได้ประสาน แพทย์หญิงนาตยา มิลส์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น สอบถามอาการของน้องปอ ซึ่งแพทย์อนุญาตให้กลับกรุงเทพฯ ได้

นางปวีณา จึงได้ประสาน พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม ผบก.สส.ภ.4 ซึ่งได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ.4 ให้ดูแลเรื่องการจับกุมตัวนายบอย เพื่อขอให้น้องปอได้เดินทางกลับกรุงเทพฯ และได้รับการอนุญาตให้ขึ้นเครื่องบินตำรวจกับมาเที่ยวเดียวกับนายบอย โดยมีตำรวจหน่วยอรินทราชให้การคุ้มครอง

วันที่ 20 ธ.ค.63 เวลา 18.30 น. นางปวีณา พาแม่ของน้องปอไปที่สนามบิน กองบินตำรวจ(บน.6) ดอนเมือง เพื่อรับน้องปอลงจากเครื่องบิน ทุกคนโผกอดกันร้องไห้ด้วยความดีใจ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนายบอยไปสน.คลองตัน เพื่อสอบปากคำดำเนินคดีตามกฎหมาย

วันที่ 21 ธ.ค.63 นางปวีณา พาน้องปอไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อเป็นหลักบานประกอบสำนวนดำเนินคดี ซึ่งนอกจากน้องปอจะได้รับบาดเจ็บจากการถูกทำร้ายแล้วยังถูกนายบอยข่มขืน โดยแพทย์ได้ให้ยาต้านเชื้อ HIV มารับประทาน และรอผลตรวจอย่างละเอียด

วันที่ 23 ธ.ค.63 นางปวีณา จะพาน้องปอไปหาตายายที่ถูกนายบอยจับเป็นตัวประกัน เนื่องจากนางปวีณาและน้องปอเป็นห่วงตายายที่ต้องมาเดือดร้อนจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยตายายอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 960 หมู่ 12 ต.หนองมะค่าโมง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี

วันที่ 24 ธ.ค.63 น้องปอจะต้องไปสอบปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และจะยังต้องไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจเพิ่มเติม เนื่องจากน้องปอยังมีอาการหูอื้อ จากนั้นจะมาพบแพทย์ตามนัดเพื่อดูอาการต่อไป.

#บริจาคมูลนิธิปวีณา #มูลนิธิปวีณา #ร่วมช่วยเหลือสังคมกับปวีณา #1แชร์ช่วยสังคมได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

“ปวีณา” ประชาสัมพันธ์แจ้งผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือไม่ต้องเดินทางมามูลนิธิปวีณาฯ ร้องทุกข์ได้ทางเพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี และมือถือ 4 หมายเลข 081 814 0244, 098 478 8991, 062 560 1636, 081 890 1355 และขอให้ทุกท่านกำลังใจเข้มแข็งอดทน เราจะผ่านพ้นวิกฤติโควิด19 ไปด้วยกัน