ชีวิตจริงดั่งนิยาย!! 6 พี่น้องร้อง “ปวีณา” น้องสาวคนที่ 5 ป่วยจิตประสาทหายตัวไป 27 ปี ตามหาเท่าไหร่ไม่เจอจนแทบสิ้นหวัง จู่ๆ ดูรายการทีวีเห็นโผล่น่าจอกลายเป็นคนพิการทางสมองและป่วยอัมพฤต ถูกชายที่อ้างเป็นสามีอาชีพหมอดูพาเร่ร่อนหาเงินขอรับบริจาค “ปวีณา” ประสาน ผกก.สน.บางเขน ช่วยเหลือให้ญาติได้รับตัวกลับมาดูแลและเข้ารับการรักษาแล้ว

วันศุกร์ที่ 13 มี.ค 63 กลุ่มชาย-หญิง 6 พี่น้อง อาศัยอยู่ย่านบางเขน กรุงเทพฯ เข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า พวกตนมีพี่น้องที่เกิดจากพ่อแม่เดียวกันทั้งหมด 7 คน แต่เมื่อประมาณปี 2535 น.ส.ดอกไม้ (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นคนที่ 5 ขณะนั้นอายุประมาณ 29 ปี เป็นผู้ป่วยมีอาการทางจิตและประสาทได้หายออกจากบ้านไป โดยมีคนเห็นว่าขึ้นรถเมล์ไปกับผู้ชายคนหนึ่งซึ่งไม่ทราบว่าเป็นใคร จากนั้นพวกพี่น้องก็พยายามตามหาและแจ้งความคนหายไว้ที่สน.บางเขน แต่ตลอดระยะเวลา 27 ปีที่ผ่านมาก็ไม่พบวี่แวว

6 พี่น้อง เล่าอีกว่า น.ส.ดอกไม้ ตั้งแต่เกิดก็มีสภาพร่างกายเป็นปกติ แต่ 2 ปี ก่อนจะหายตัวไปได้นั้นมีอาการซึมเศร้าชอบเก็บตัวอยู่แต่ในห้องไม่พูดไม่จา ต่อมาญาติพี่น้องได้พาไปรักษาที่สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยาจนอาการดีขึ้นเริ่มออกมาพบปะพูดคุยกับผู้คนที่ผ่านไปมาบ้าง แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะมีคนหลอกลักพาตัวไป ที่ผ่านมาพี่น้องทุกคนแทบจะสิ้นหวังในการได้พบกับน.ส.ดอกไม้อีก กระทั่งเมื่อวันที่ 8 มี.ค.63 น้องสาวคนที่ 7 ได้ดูทีวีเจอรายการหนึ่งที่เสนอเรื่องราวชีวิตของลุงป้าคู่หนึ่ง ซึ่งฝ่ายชายอายุ 54 ปี มีอาชีพเป็นหมอดูทำนายดวง พาหญิงคนรักที่พิการทางสมองและป่วยอัมพฤต อายุ 57 ปี นั่งรถเข็นตระเวนไปตามที่ต่างๆ อาศัยการดูดวงเลี้ยงชีพ แม้ทั้งคู่จะมีฐานะยากจนแต่ฝ่ายชายก็มีรักแท้และดูแลฝ่ายหญิงมาร่วม 30 ปี

แต่เมื่อดูไปดูมาน้องสาวคนเล็กจำได้และมั่นใจว่าผู้หญิงคนดังกล่าวนั้นคือน.ส.ดอกไม้ พี่สาวคนที่ 5 ของตนเองที่หายตัวไป จึงได้นำเรื่องมาเล่าให้พี่น้องทุกคนฟังและติดต่อไปทางรายการทีวีเพื่อสอบถามข้อมูลของชายหญิงก็ได้ทราบว่า มีผู้ชมรายการจำนวนหนึ่งติดต่อเข้ามาสอบถามข้อมูลเหมือนกันเพราะต้องการบริจาคเงินช่วยเหลือให้กับทั้งคู่ จากนั้นทางรายการก็ได้ให้เบอร์บัญชีและเบอร์โทรศัพท์ของลุงป้าคู่นั้นมา โดยทาง 6 พี่น้องได้โอนเงินบริจาคเข้าบัญชีไป 5 พันบาท แต่หลังจากนั้นก็คิดเป็นห่วงว่าผู้ชายคนนั้นอาจจะใช้น.ส.ดอกไม้เป็นเครื่องมือเพื่อให้ดูน่าสงสารและพาเร่ร่อนขอเงินบริจาคกับคนทั่วไปหรือไม่

จากนั้นทั้ง 6 พี่น้องจึงได้ทำทีโทรศัพท์ไปหาฝ่ายชายโดยอ้างว่าจะไปดูดวง และได้สอบถามที่อยู่ก่อนเดินทางไปหาที่บ้านพักย่านดินแดง และพบว่าทั้งคู่อาศัยอยู่ห้องเช่าเล็กๆ หลังคาเป็นสังกะสีเก่าทรุดโทรม ไม่มีหน้าต่างระบายอากาศ ฝ่ายชายก็ดูดวงไป ส่วนน.ส.ดอกไม้ก็นั่งเล่นอยู่ด้านหลัง ระหว่างพูดคุยตนได้ถามฝ่ายชายว่าไปเจอกับน.ส.ดอกไม้ที่ไหน ก็ได้รับคำตอบว่า เจอกันที่หัวลำโพง และถามต่อว่าที่ผ่านมาได้พาน.ส.ดอกไม้ไปหาหมอบ้างหรือไม่ ฝ่ายชายก็อ้างว่าไม่มีเงินพาไปรักษาต้องดูแลกันไปตามยถากรรม

จากนั้นเมื่อฝ่ายชายเผลอเดินออกไปนอกห้องทางพี่น้องก็ได้เปิดดูสมุดบัญชีที่วางปะปนอยู่กับของอื่นๆ พบว่าบัญชีนั้นเป็นชื่อ นามสกุล ของน.ส.ดอกไม้ น้องสาวคนที่ 5 จริง และหลังจากออกรายการทีวีก็มีเงินบริจาคเข้ามาประมาณ 9 หมื่นกว่าบาท หลังเงินเข้าบัญชีไม่นานก็มีการเบิกถอนออกไปกว่า 2 หมื่นบาท เมื่อพี่น้องทุกคนได้ข้อมูลทั้งหมดก็มาพูดคุยและมีความเห็นตรงกันว่าถ้าปล่อยไว้อย่างนี้ น.ส.ดอกไม้ต้องตกระกำลำบาก จึงต้องการที่จะรับกลับมาดูแลกันเองจะดีกว่า ก่อนช่วยกันตัดสินใจเข้าขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ

หลังรับเรื่อง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.อรรถพล มีเสียง ผกก.สน.บางเขน และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ พา 6 พี่น้องเข้าพบในวันจันทร์ที่ 16 มี.ค 63 เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมและแจ้งความประสงค์ในการขอรับตัวน.ส.ดอกไม้ให้ญาติพี่น้องกลับไปดูแล จากนั้น พ.ต.อ.อรรถพล ได้สั่งการให้ตำรวจสน.บางเขน เดินทางไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ พาพี่น้องของน.ส.ดอกไม้เดินทางไปที่บ้านของหมอดูคนดังกล่าวย่านดินแดง ก่อนจะมีการเจรจากันและฝ่ายชายยินยอมให้ญาติรับน.ส.ดอกไม้กลับไปดูแลแต่โดยดี ท่ามกลางความดีใจของทุกคน

และหลังจากญาติรับตัวน.ส.ดอกไม้ กลับไปดูแลที่บ้านย่านบางเขนได้ 1 สัปดาห์ ญาติได้มีการติดต่อกับทางมูลนิธิปวีณาฯ แจ้งว่าได้พาน.ส.ดอกไม้ไปพบแพทย์ตรวจร่างกายแล้ว และอยู่ระหว่างการรักษาโรคประจำตัวและทำกายภาพบำบัดซึ่งมีอาการดีขึ้นตามลำดับท่ามกลางการดูแลของญาติพี่น้อง พร้อมส่งภาพของน.ส.ดอกไม้และญาติๆ ที่ร่วมกันทำกิจกรรมในครอบครัวแต่ละวันอย่างมีความสุขมาให้ทางมูลนิธิปวีณาฯ ดู ทั้งนี้หลังจากคนไทยผ่านพ้นสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดแล้ว ญาติจะพาน.ส.ดอกไม้ เข้าพบ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อขอบคุณที่ช่วยให้มีชีวิตใหม่อีกครั้งหนึ่ง.