“ปวีณา” ฟังผลการตรวจร่างกายชายที่ถูกขังนานกว่า 30 ปี และร่วมประชุมกับ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รพ.ยันฮี พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย และ ผอ.ศูนย์ช่วยเหลือสังคม (OSCC) บูรณาการให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน

วันจันทร์ที่ 4 ก.พ.62 เวลา 14.00 น. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน น.ส.ดรุณี มนัสวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือสังคม (OSCC) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อประชุมหารือร่วมกับ นพ.สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลยันฮี พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย หลังรับฟังตำชี้แจงผลการตรวจร่างกาย นาย.ก (นามสมมุติ) ที่ถูกขังกว่า 30 ปี ก่อนบูรณาการให้การช่วยเหลือครอบครัวนี้ให้สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุขต่อไป

ด้านนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กล่าวว่า ผลตรวจร่างกายพบว่านาย ก.มี อาการบกพร่องทางสมองเป็นคนพิการต้องได้รับการบำบัดรักษาและทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่องและถูกวิธีก็มีสิทธิ์ที่จะกลับมาเดินได้อีก จากนี้ทางมูลนิธิปวีณาฯ จะเข้าไปดูแลเรื่องการบำบัดนาย ก. โดยเบื้องต้นจะต้องดูอาการอยู่ที่รพ.ยันฮี ประมาณ 7 วัน ก่อนให้ทางศูนย์ช่วยเหลือสังคม กระทรวงพัฒนาสังคมฯ ส่งต่อไปยังศูนย์กายภาพบำบัด และพรุ่งนี้ (5 ก.พ.) เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ จะรับตัวแม่ของนาย ก.ไปตรวจสุขภาพร่างกายที่รพ.ยันฮี และประเมินอาการทางจิตก่อนรับการบำบัดเช่นกัน

ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โชคชัย ยังไม่ได้มีกรแจ้งข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวกับแม่ของนาย ก. เพราะจากการสอบสวนพบว่าขาดเจตนา อย่างไรก็ตาม มูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย และนายวุฒิพงษ์ มนัส ผู้อำนวยการสำนักงานเขตลาดพร้าวในการเข้าไปดูแลทำความสะอาดภายในบ้านของนาย ก. ที่เต็มไปด้วยขยะ เบื้องต้นแม่นาย ก. ยังอ้างว่าไม่พร้อมโดยจะพยายามเก็บของด้วยตนเองไปก่อนเรื่อยๆ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เห็นว่าควรจะดำเนินการให้เสร็จเรียบร้อยภายใน 7 วัน ซึ่งจะต้องทำความเข้าใจกับแม่นาย ก.อีกครั้งหนึ่ง ถึงแม้ที่ผ่านมาแม่จะคอยดูแลหาข้าวปลาอาหารให้นาย ก.ทุกวันก็ตาม แต่สภาพความเป็นอยู่ที่เต็มไปด้วยกองขยะสิ่งปฏิกูลและการเลี้ยงดูที่ไม่ถูกวิธี ไม่มีการพาลูกไปรักษาเป็นเวลาเนิ่นนาน ปล่อยให้ลูกนอนเกลือกลิ้งกับพื้น สวมเพียงเสื้อตัวเดียวแต่ไม่สวมกางเกง จึงจำเป็นต้องมีการปรับสภาพความเป็นอยู่เร่งด่วน และหลังส่งตัวนาย ก. เข้ารับบำบัดจนอาการดีขึ้นแล้ว เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมฯ จะต้องพิจารณาดูความเหมาะสมในการให้นาย ก. กลับไปอาศัยอยู่กับแม่ใช้ชีวิตตามเดิมอีกครั้งหนึ่ง

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันเสาร์ที่ 2 ก.พ.62 พลเมืองดีขอความช่วยเหลือมายังมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า พบคนถูกขังอยู่ภายในตึกแถว 3 ชั้น ซึ่งเป็นอาคารเก่า ภายในซอยโชคชัย 4 ถนนลาดพร้าว แขวง-เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นผู้ชายเพราะเห็นแขนที่ยื่นออกมาทางช่องประตูเหล็กยืดที่ถูกใส่กุญแจจากด้านนอก ทั้งนี้พลเมืองดีไม่ได้อยู่ในละแวกนั้นเพียงแต่ผ่านไปพบเมื่อ 2 วันก่อน แล้วรู้สึกสงสาร เพราะจากการสอบถามคนที่อยู่แถวนั้นก็บอกว่าไม่ทราบข้อมูลอะไรมาก เพียงแต่เห็นคนที่ถูกขังมานานแล้วกว่า 30 ปี พูดจาไม่เป็นภาษาคล้ายกับคนเป็นใบ้ บางวันก็จะเห็นหญิงสูงวัยซึ่งคาดว่าเป็นแม่หรือญาตินำอาหารมาให้ผ่านทางประตู บางวันก็ไขกุญแจเข้าไปด้านในและกลับออกมาก็ใส่กุญแจประตูจากด้านนอกเหมือนเดิม ขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือคนที่ถูกขังด้วยเพราะดูจากสภาพน่าจะมีอาการป่วย หากปล่อยไว้เกรงจะเป็นอันตราย

หลังรับเรื่องนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้เดินทางไปพบผู้แจ้งและ ร่วมกันตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเป็นสภาพอาคารเก่า จึงได้ประสาน พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 และ พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย นัดประชุมกันที่สน.โชคชัย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายค้น พร้อมกันนี้นางปวีณายังได้ประสาน นพ.สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงพยาบาลยันฮี เตรียมส่งรถแอมบูแลนซ์ให้เดินทางไปด้วยเพื่อเตรียมรับตัวคนที่ถูกขังส่งตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลยันฮี

ต่อมาวันอาทิตย์ที่ 3 ก.พ.62 นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.โชคชัย ได้นำหมายค้นเดินทางไปที่อาคารดังกล่าวและช่วยเหลือ นาย.ก (นามสมมุติ) ที่ถูกขังออกมา และนำตังส่งเข้ารับการรักษาที่ รพ.ยันฮี และช่วงเย็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวมารดาของนาย.ก (นามสมมุติ) ไปสอบปากคำ แต่ยังไม่ได้แจ้งข้อหาและดำเนินคดี มารดา แต่อย่างใด โดย พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย ได้ประสาน นายวุฒิพงษ์ มนัส ผอ.เขตลาดพร้าว เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปทำความสะอาดภาพในอาคารที่มีขยะท่วมท้น โดยให้ มารดา นาย.ก (นามสมมุติ) ให้ความร่วมมือให้ทำความสะอาดแล้วเสร็จภายใน 7 วัน