“ปวีณา” ประชุมร่วมกับ ตำรวจ สำนักงานเขตลาดพร้าว ศูนย์ช่วยเหลือสังคม (OSCC) สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการพระประแดง บูรณาการช่วยเหลือชายพิการทางสมองถูกขังหลายสิบปีอย่างต่อเนื่อง หลังได้รับการรักษาที่รพ.ยันฮี จนสภาพร่างกายดีขึ้น พร้อมส่งตัวไปสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการพระประแดง เพื่อฟื้นฟูร่างกายเป็นเวลา 2 เดือน และเตรียมเข้าปรับปรุงสภาพบ้านให้ถูกสุขลักษณะเพื่อจะได้กลับไปใช้ชีวิตอยู่กับแม่ต่อที่บ้านและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

วันพุธที่ 6 มี.ค 62 เวลา 13.00 น. ที่โรงพยาบาลยันฮี นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้เชิญหน่วยงานเข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย นายวุฒิพงษ์ มนัส ผู้อำนวยการสำนักงานเขตลาดพร้าว นางสาวดรุณี มนัสวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือสังคม (OSCC) และ น.ส.พรพิมล กุญแจทอง นางวิมลพรรณ กุญแจทอง ผู้ปกครองสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลยันฮี เพื่อสรุปผลการช่วยเหลือป้าน้อย และนายโต้ง ลูกชายผู้พิการทางสมองที่ถูกขังและได้รับการเลี้ยงดูอยู่บนกองขยะในตึกแถวมานานกว่า 40 ปี หลังจากส่งตัวมารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลยันฮี ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 3 ก.พ 62 มาจนถึงวันที่ 6 มี.ค.62

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กล่าวว่า ขอขอบคุณโรงพยาบาลยันฮีที่ให้การช่วยเหลือ และจากนี้ได้ประสานขอความอนุเคราะห์ไปยัง นางวิมลพรรณ กุญแจทอง ผู้ปกครองสถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อขอย้าย นายโต้ง เข้าทำการบำบัดฟื้นฟูประมาณ 2 เดือน และในระหว่าง 2 เดือนนี้ หน่วยงานต่างๆ จะเข้ามาช่วยซ่อมแซมปรับปรุงสภาพที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมกับนายโต้งเพื่อจะได้อยู่กับป้าน้อยซึ่งเป็นมารดาต่อไป

ภายหลังการประชุมสรุปความช่วยเหลือแล้วนั้น นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ให้ ป้าน้อย เข้าร่วมประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่ออีกรอบ เพื่อจะขอความร่วมมือให้เปิดบ้านเพื่อเจ้าหน้าที่จะได้เข้าไปจัดการซ่อมแซมห้องให้นายโต้ง ได้พักอาศัย อย่างถูกสุขลักษณะ เพราะที่ผ่านมา 1 เดือน ป้าน้อยก็จะทำความสะอาดเองโดยไม่ยอมให้หน่วยงานเข้าไปในบ้าน โดยป้าน้อยจะให้เฉพาะเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ เข้าไปในบ้านได้เพียงเท่านั้น ซึ่งทางมูลนิธิปวีณาฯ ก็ได้ทำการช่วยเหลือเบื้องต้น เช่น ติดไฟฟ้าแสงสว่างหน้าบ้านให้ และช่วยเก็บขยะให้บางส่วน แต่ก็ต้องการให้ป้าน้อยอนุญาตให้หน่วยงาน เช่น สำนักงานเขต เจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เข้าไปช่วยจะได้รวดเร็ว แล้วที่อยู่อาศัยก็จะได้ถูกสุขลักษณะเพื่อรอรับนายโต้งกลับบ้าน

สรุป
1. ขอให้ ป้าน้อย ให้ความร่วมมือ อนุญาตให้หน่วยงานเข้าไปช่วยเหลือทำความสะอาดที่อยู่อาศัยให้ถูกสุขลักษณะ เพื่อรอรับนายโต้งกลับบ้าน
2. วันนี้จะนำตัว นายโต้ง เข้ารับบริการที่สถานคุ้มครองและพัฒนาคนพิการพระประแดงเพื่อฟื้นฟูเป็นเวลา 2 เดือน ก่อนที่จะนำมาอยู่กับ ป้าน้อย ผู้เป็นแม่ โดยทางมูลนิธิปวีณาฯ จะร่วมกับ สำนักงานเขตลาดพร้าว สน.โชคชัย ศูนย์ช่วยเหลือสังคม (OSCC) ปรับปรุงห้องพักให้ นายโต้ง ได้อยู่อย่างถูกสุขอนามัย

สืบเนื่องจากกรณีที่พลเมืองดีร้องขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ พบชายถูกขังภายในอาคารเก่าเป็นตึกแถว 3 ชั้น ซอยโชคชัย 4 ถนนลาดพร้าว แขวง-เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ นานกว่า 30 ปี สภาพน่าจะมีอาการป่วย และพูดจาไม่เป็นภาษาคล้ายกับคนเป็นใบ้ หากปล่อยไว้เกรงจะเป็นอันตราย หลังรับเรื่อง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 และ พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย นัดประชุมกันที่สน.โชคชัย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายค้น ก่อนร่วมกันเข้าช่วยเหลือชายดังกล่าวในวันอาทิตย์ที่ 3 ก.พ.62 โดยนางปวีณาได้ประสาน นพ.สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงพยาบาลยันฮี ส่งรถแอมบูแลนซ์ไปรับตัวชายดังกล่าวยังที่เกิดเหตุ และนำส่งตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลยันฮี

ทั้งนี้ขณะที่นางปวีณา และที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบอาคารดังกล่าว พบสภาพภายในเต็มไปด้วยขยะและสิ่งปฏิกูลจนแทบไม่มีทางเดิน และชายดังกล่าวอยู่ในสภาพสวมเสื้อตัวเดียว ไม่สวมกางเกง นอนอยู่กับพื้นชั้นล่าง ต่อมามีหญิงสูงวัยอ้างว่าชื่อป้าน้อย เป็นของชายดังกล่าวมาแสดงตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และให้การว่าชายดังกล่าวชื่อ นายโต้ง เป็นลูกชายของตนอายุกว่า 40 ปี แล้ว ที่ต้องขังลูกไว้เพราะลูกไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หากออกไปข้างนอกเกรงว่าจะถูกรถชนหรือเป็นอันตราย เนื่องจากตั้งแต่เด็กเคยเจ็บป่วยเป็นไข้และมีอาการชักบ่อยครั้งและเมื่อพาไปหาหมอก็พบว่าอาการดังกล่าวส่งผลทำให้สมองพิการ อีกทั้งไม่ได้พาไปรักษาอย่างต่อเนื่อง

ภายหลัง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ให้การช่วยเหลือนายโต้งและส่งเข้าโรงพยาบาลยันฮีเป็นที่เรียบร้อย ได้ขอให้แพทย์ตรวจร่างกายอย่างละเอียด เบื้องต้นพบว่านายโต้ง มีอาการบกพร่องทางสมองเป็นคนพิการต้องได้รับการบำบัดรักษาและทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่องและถูกวิธี จึงได้อยู่ดูอาการและทำกายภาพบำบัดอยู่ที่โรงพยาบาลก่อน

ขณะเดียวกัน นางปวีณา ได้ประสาน นางสาวดรุณี มนัสวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ร่วมให้การช่วยเหลือนายโต้งจัดหาสถานทำกายภาพบำบัดฟื้นฟูสภาพร่างกายหลังจากออกจากโรงพยาบาล พร้อมกันนี้ นางปวีณา ยังได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ พา ป้าน้อย มารดานายโต้ง ไปตรวจร่างกายและคอยรับ-ส่ง อำนวยความสะดวกในการเดินทางไปเยี่ยมลูกชายทุกวันระหว่างที่อยู่โรงพยาบาลยันฮี โดยผลตรวจร่างกายของป้าน้อยพบว่าแข็งแรงดีและสภาพจิตใจปกติ และนางปวีณายังได้ประสาน นายวุฒิพงษ์ มนัส ผู้อำนวยการเขตลาดพร้าว เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยเข้าไปทำความสะอาดภายในอาคารที่พักอาศัยของนายโต้งที่มีขยะท่วมท้น แต่ป้าน้อยแจ้งว่าจะขอเก็บข้าวของด้วยตัวเองโดยอาจจะต้องใช้เวลาสักระยะ นอกจากนี้ นางปวีณา ยังเป็นห่วงถึงเรื่องความปลอดภัย หลังพบว่าสภาพภายในบ้านของนายโต้ง สายไฟเก่าชำรุดเนื่องจากอยู่อาศัยมาหลายสิบปีและไม่เคยได้มีการปรับเปลี่ยนซ่อมแซม จึงได้จัดหาช่างไปเดินไฟภายในบ้านให้ใหม่.