สาว 15 แอบแชทเฟซบุ๊กร้อง "ปวีณา" พ่อเลี้ยงติดยาข่มขืนมาราธอนตั้งแต่ 10 ขวบจนท้อง เพิ่งคลอดลูกได้ 3 เดือน ถูกขังอยู่แต่ในบ้านเหมือนตกนรกทั้งเป็น แถมยังใส่ร้ายให้ชาวบ้านเข้าใจว่าเป็นเด็กใจแตกเที่ยวเตร่ถูกข่มขืนจนท้องไม่มีพ่อ

     วันอังคารที่ 30 มี.ค.61 น.ส.หนิง (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ร้องทุกข์มายังเพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ถูกพ่อเลี้ยงติดยาเสพติดข่มขืนตั้งแต่อายุ 10 ขวบ แม่แท้ๆ ก็ไม่สนใจไปทำงานนวดแผนไทยที่ต่างประเทศ กระทั่งตั้งท้องกับพ่อเลี้ยงจนปัจจุบันคลอดลูกสาวออกมาได้เกือบ 3 เดือนแล้ว ซึ่งพ่อเลี้ยงมีพฤติกรรมเสพยาเสพติด จะข่มขืนตนอยู่บ่อยครั้ง และกักขังบังคับให้อยู่แต่ในบ้านพักพื้นที่ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ตนต้องเลี้ยงลูกและอยู่กับน้องสาวต่างบิดาอีก 2 คน อายุ 10 ขวบ กับ 4 ขวบ ถ้าวันไหนไม่ยอมให้ข่มขืน พ่อเลี้ยงก็จะไประบายอารมณ์ทุบตีน้อง 2 คน เพื่อบีบบังคับให้ตนยอมทำตาม แถมยังใส่ร้ายบอกกับแม่และชาวบ้านว่าตนเป็นเด็กใจแตกเที่ยวเตร่ถูกข่มขืนจนท้องไม่มีพ่อ

     น.ส.หนิง เล่าว่า หนูเกิดมาไม่เคยเห็นหน้าพ่อ เพราะพ่อเลิกกับแม่ตั้งแต่แม่ตั้งท้องหนู พอหนูอายุได้ 2 ขวบ แม่ก็มีสามีใหม่ชื่อนายดำ (นามสมมติ) ทำงานเป็นพนักงานรับจ้างเก็บขยะ และแม่ก็มีลูกใหม่กับพ่อเลี้ยงอีก 2 คน เป็นเด็กผู้หญิง หนูถูกพ่อเลี้ยงข่มขืนตั้งแต่อายุได้ 10 กว่าขวบ ตอนที่แม่ไม่อยู่บ้าน ซึ่งหนูกลัวมาก เมื่อหนูพยายามจะบอกเรื่องนี้กับแม่ พ่อเลี้ยงก็จะหาเรื่องดุด่าทุบตีแม่กับน้องจนทำให้หนูไม่กล้าพูด ต่อมาต้นปี 60 แม่ก็ทิ้งหนูไปทำงานนวดแผนไทยที่ประเทศเกาหลี ซึ่งหนูกำลังเรียนหนังสืออยู่ชั้น ม.2 ปล่อยให้หนูอยู่กับพ่อเลี้ยงและน้องอีก 2 คน อายุ 10 ขวบ กับ 4 ขวบ หลังจากนั้นหนูก็ถูกพ่อเลี้ยงข่มขืนเรื่อยมา ถ้าหากวันไหนหนูไม่ยอมพ่อเลี้ยงก็จะตีน้องทั้ง 2 คนเพื่อบีบบังคับหนูและหนูก็ต้องจำใจยอมทุกครั้งเพราะไม่อยากเห็นน้องเจ็บ จนกระทั่งหนูตั้งท้องพ่อเลี้ยงก็โทรไปบอกแม่ที่เกาหลีว่าหนูใจแตกถูกคนอื่นข่มขืนจนตั้งท้อง หาว่าหนูทำตัวไม่ดีบังคับให้ออกจากโรงเรียน แม้หนูจะโทรไปคุยกับแม่และเล่าความจริงให้ฟังแต่ก็เหมือนแม่จะเชื่อพ่อเลี้ยงมากกว่าที่จะเชื่อหนู หนูต้องอุ้มท้องทนอยู่กับพ่อเลี้ยงเพราะไม่รู้จะไปไหน และไม่อยากทิ้งน้อง 2 คนไว้ จนเมื่อเดือน ม.ค.61 หนูเพิ่งคลอดลูกออกมาใหม่ๆ ขณะที่แผลคลอดลูกยังไม่หายดีพ่อเลี้ยงก็จะข่มขืนหนู เมื่อหนูไม่ยอมพ่อเลี้ยงก็เดินไปเตะน้องทั้ง 2 คน ให้หนูดูน้องร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดจนหนูต้องยอมให้เขาอีก ทุกวันนี้พ่อเลี้ยงจะเสพยาหนักขึ้น มักมีอารมณ์ฉุนเฉียวเมื่อกลับบ้านมาจะดุด่าทุบตีน้องของหนูเป็นประจำ และจะข่มขืนหนูบ่อยขึ้น หนูแทบทนไม่ไหวไม่อยากมีชีวิตอยู่ แต่เมื่อรู้ข่าวว่ามูลนิธิปวีณาฯ ให้การช่วยเหลือเด็กและสตรีที่ถูกข่มขืนและถูกกระทำทารุณจึงได้แอบติดต่อมา ขอให้ช่วยหนูพ้นจากขุมนรกนี้ด้วย

     หลังรับเรื่องนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ประสาน พ.ต.อ.สุระพรรณ นาทวรทัต ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร และน.ส.กนิษฐา บุญยัง หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสมุทรสาคร ก่อนส่งเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ ลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กฯ สมุทรสาคร และเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองสมุทรสาคร เมื่อไปถึงบ้านของพ่อเลี้ยง พบน.ส.หนิงกำลังนั่งเลี้ยงลูกและอยู่กับน้อง 2 คน แต่ไม่พบตัวพ่อเลี้ยง เด็กๆ บอกว่าพ่อเลี้ยงออกไปข้างนอก เมื่อน.ส.หนิง รู้ว่าเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ พาเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กฯ สมุทรสาครและตำรวจมาช่วยก็ดีใจเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่จึงอาศัยพ.ร.บ.คุ้มครองเด็กเข้าช่วยเหลือน.ส.หนิง และลูกน้อย ออกมาจากบ้านก่อนพาไปที่สภ.เมืองสมุทรสาคร แจ้งความดำเนินคดีกับพ่อเลี้ยง โดยตำรวจได้ส่งตัวน.ส.หนิงและลูกตรวจร่างกายเพื่อเก็บหลักฐานร่องรอยถูกทำร้ายและดีเอ็นเอลูกน้อยเพื่อตรวจยืนยันความเป็นพ่อลูกกับพ่อเลี้ยง พร้อมนัดสอบสหวิชาชีพรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับพ่อเลี้ยงมาดำเนินคดีต่อไป