พลเมืองดีร้อง “ปวีณา” ตาใจร้ายติดยาเสพติด ทุบตีหลาน 5 ขวบ กับ 3 ขวบรุนแรงเป็นที่น่าเวทนา หลังรับเรื่อง “ปวีณา” ส่งจนท.ลงพื้นที่ช่วยเหลือทันที ส่วนตาไหวตัวทันโดดออกหลังบ้านหลบหนี ตำรวจสามโคกเตรียมออกหมายจับ

     วันพฤหัสบดีที่ 22 มี.ค.61 เวลาประมาณ 16.30 น. พลเมืองดีโทรศัพท์แจ้งมายัง 1134 สายด่วนมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ขอให้ช่วยเหลือ ด.ญ.แจ่ม อายุ 5 ขวบ และด.ช.โจ้ อายุ 3 ขวบ (ทั้งสองนามสมมติ) ทั้งคู่เป็นพี่น้องกันอาศัยอยู่กับตายายใน ต.บ้านปทุม อ.สามโคก จ.ปทุมธานี และมักจะถูกตาซึ่งมีพฤติกรรมเสพยาเสพติดทำร้ายร่างกายทุบตีอย่างทารุณเป็นประจำ ล่าสุดเมื่อวันอังคารที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา ด.ญ.แจ่ม ถูกตาตีจนมีรอยเขียวช้ำที่ใบหน้า แผ่นหลัง แก้มก้น และขาทั้ง 2 ข้าง ร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดเป็นที่น่าเวทนา จึงเกรงว่าหากปล่อยไว้เด็กอาจจะถูกทำร้ายจนเสียชีวิตได้ ขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือด่วน


     หลังรับเรื่องนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้ประสาน พ.ต.อ.ปัญญา วิเศษพานิชกุล ผกก.สภ.สามโคก และนางสาวพัชรินทร์ ขันติบุตร หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดปทุมธานี โดยได้ส่งเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ และเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดปทุมธานี เดินทางไปที่สภ.สามโคก เพื่อแจ้งเรื่องดังกล่าว จากนั้นเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กฯ จ.ปทุมธานี พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน สภ.สามโคก ได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านของเด็กทั้งสอง ได้พบกับนางแก้ว (นามสมมติ) ยายของ ด.ญ.แจ่ม และด.ช.โจ้ อยู่ในบ้านจึงได้ขอให้นำตัวเด็กทั้งสองออกมาพบเจ้าหน้าที่ จากการตรวจดูสภาพร่างกายเด็กทั้งคู่ ด.ญ.แจ่ม มีรอยเขียวช้ำจากการถูกตีไม่นานมานี้ทั่วตัว ส่วนด.ช.โจ้ มีรอยเขียวซ้ำตามตัวที่เป็นทั้งรอยเก่าและรอยใหม่


     นางแก้ว บอกว่า ตนทำงานเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง ทำงานเลิก 2 ทุ่มทุกวัน ส่วนนายเอก (นามสมมติ) สามีตนซึ่งเป็นตาของเด็กก็ทำงานเป็นพนักงานขับรถ ตนเพิ่งรับหลาน 2 คนมาอยู่ด้วยได้เพียง 3-4 เดือน เนื่องจากพ่อแม่เด็กเลิกรากัน แรกๆ ก็นำไปฝากเพื่อนบ้านช่วยเลี้ยงต่อมาเพื่อนบ้านป่วยและเสียชีวิตลง ตนต้องรับหลานกลับมาดูแล หากตนกับสามีไปทำงาน ก็จะทิ้งหลานทั้ง 2 คน ให้อยู่กันเองที่บ้านตามลำพัง ตนไม่ค่อยได้ตีหลาน ส่วนนายเอก สามีอาจจะมีตีเด็กบ้างก็เพื่อสั่งสอน ซึ่งตนก็ไม่รู้มาก่อนว่าหลาน 2 คน จะถูกตีรุนแรงขนาดนี้
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอให้นางแก้วเรียกนายเอก สามี ออกมานอกบ้านเพื่อสอบถามเรื่องทั้งหมด เนื่องจากระหว่างที่เจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงก็ทราบว่านายเอกเพิ่งจะขี่รถจักรยานยนต์เข้าบ้านไปไม่นาน แต่เมื่อนางแก้วเข้าไปดูภายในบ้านกลับออกมาบอกเจ้าหน้าที่ว่านายเอกไปหายตัวไปแล้ว เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ และเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กฯ จ.ปทุมธานี จึงได้แจ้งให้นางแก้วทราบว่า ผู้ปกครองไม่มีสิทธ์ที่จะทำร้ายบุตรหลาน จึงอาศัยพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก เข้าคุ้มครองพาด.ญ.แจ่ม และด.ช.โจ้ 2 พี่น้องก่อนพาลงบันทึกประจำวันที่สภ.สามโคก ซึ่งตอนแรกเด็กทั้งสองระหว่างที่อยู่กับยายมีอาการหวาดกลัวไม่กล้าคุยหรือตอบคำถามเจ้าหน้าที่ แต่หลังพ้นจากสายตาผู้เป็นยายเด็กทั้งสองก็พูดคุยกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ และเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กฯ จ.ปทุมธานี


     โดยด.ญ.แจ่ม เล่าว่า ตาชอบโมโหทุบตีด้วยไม้และเชือกตามตัว แขน ใช้กำปั้นชกเข้าที่เบ้าตาและศีรษะ บางครั้งก็ใช้มีดตี อีกทั้งทำโทษไม่ให้กิน ไม่ให้นอน เวลาที่หิวก็ต้องแอบไปหาของกิน เวลาที่ยายอยู่ก็จะให้กินข้าวกับไข่เจียว ไข่ต้ม ไม่เคยได้กินขนมเลย ส่วนด.ช.โจ้ก็เพิ่งถูกตีไปเหมือนกัน ตาใช้ไม่ตีตามตัว ทุบหลังหน้าอกและหยิกตามแขนขาจนเขียวไปหมด กลัวตามาก และไม่อยากกลับไปอยู่กับตายายอีกแล้ว
     ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ และเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กฯ จ.ปทุมธานี ลงบันทึกประจำวันรับตัวเด็กเข้ารับการคุ้มครองเสร็จแล้ว ได้พาเด็กทั้งสองไปตรวจร่างกายที่รพ.ปทุมธานี พร้อมกับรับตัวเด็กทั้ง 2 คน ไปดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดปทุมธานี โดยทางพนักงานสอบสวนสภ.สามโคก ได้สอบสหวิชาชีพด.ญ.แจ่ม และด.ช.โจ้ ในวันต่อมา (23 มี.ค.61) ซึ่งเด็กทั้งสองให้การชัดเจนถูกตาทำร้ายจริง จึงเตรียมรวบรวมคำให้การและหลักฐานผลตรวจร่างกายเพื่อออกหมายจับนายเอก มาดำเนินคดีตามกฎหมาย และเด็กทั้งสองคนอยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดปทุมาธานี ตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็กแล้ว