แม่แท้ๆ ติดยาขังลูกสาว-ลูกชาย 9 ขวบกับ 4 ขวบ ในบ้านพักย่านดอนเมืองนานแรมเดือน ไม่ยอมให้ไปโรงเรียนหรือออกไปไหน ป้าหวั่นหลานเป็นอันตรายคอยส่งข้าวปลาอาหารเกลี้ยกล่อมน้องสาวปล่อยลูกแต่ไม่สำเร็จ ร้องมูลนิธิปวีณาฯ ช่วย

     เมื่อวันศุกร์ที่ 26 ม.ค.61 นางเยาว์ (นามสมมติ) อายุ 58 ปี แจ้งขอความช่วยเหลือมายังสายด่วน 1134 มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรีว่า หลานของตน 2 คน คือ เด็กหญิงหนึ่ง อายุ 9 ปี เรียนอยู่ชั้นป.4 และเด็กชายสอง อายุ 4 ปี เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 2 (ทั้งสองนามสมมติ) ทั้งสองเป็นพี่น้อง ถูกนางโบ (นามสมมติ) อายุ 35 ปี แม่แท้ๆ ซึ่งติดยาเสพติดกักขังไว้ในบ้านพักย่านดอนเมือง กรุงเทพฯ นานร่วมเดือนแล้ว ไม่ยอมให้ไปโรงเรียนและไม่ให้ออกไปไหน เกรงว่าหลานจะเป็นอันตราย จึงขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือด้วย

     นางเยาว์ เล่าว่า นางโบ น้องสาวของตนติดยาเสพติดมาร่วม 10 ปีแล้ว เคยถูกจับคดีเสพยาเสพติดและส่งไปบำบัดหลายครั้ง แต่เมื่อกลับมาบ้านก็หวนกลับไปเสพอีก นางโบมีสามีเป็นชาวต่างชาติ อายุ 60 ปี ทำธุรกิจส่วนตัวอยู่ที่ฮ่องกงและคอยส่งเงินมาให้ใช้ ส่วนหลานทั้งสองคนเป็นลูกติดนางโบ ซึ่งสามีใหม่ชาวต่างชาติก็ไม่ได้รังเกียจส่งเสียให้เรียนหนังสือ ระยะหลังนางโบเสพยาหนักขึ้นบางครั้งก็โวยวาย พูดจาไม่รู้เรื่อง ล่าสุดขังตัวเองกับลูก 2 คน อยู่แต่ในบ้านไม่ยอมให้ลูกไปโรงเรียนมานานร่วมเดือนแล้ว ตนอาศัยอยู่บ้านใกล้กันด้วยความเป็นห่วงหลานจะคอยเอาอาหารไปให้เสมอ เมื่อตักเตือนนางโบก็ไม่ยอมฟัง ตนไม่รู้ว่าจะช่วยหลานอย่างไรได้ ขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือด้วย

     หลังรับเรื่องนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผกก.สน.ดอนเมือง พร้อมประสาน นางสาวดรุณี มนัสวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือสังคม (1300 ) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ดอนเมือง ร่วมเดินทางไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่ ศูนย์ช่วยเหลือสังคมเพื่อตรวจสอบที่บ้านของนางโบ

     จากการตรวจสอบที่บ้านหลังดังกล่าวพบเด็กหญิงหนึ่ง สภาพร่างกายมีรอยหยิกที่ข้อมือขวาลักษณะเป็นแผลเก่าซึ่งเกิดจากการกระทำของนางโบ ผู้เป็นแม่ และเด็กชายสอง สภาพร่างกายมีรอยขีดข่วนที่ท้องด้านซ้ายเล็กน้อย เด็กทั้งสองคนเป็นพี่น้องต่างพ่อ โดยนางโบไม่ได้ประกอบอาชีพ มีสามีคนปัจจุบัน อายุ 60 ปี ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัวอยู่ที่ประเทศฮ่องกง เมื่อสอบถามนางโบก็ยอมรับว่าเสพยาไอซ์มาเป็นเวลาเกือบ 10 ปีแล้ว เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบประวัติพบเคยถูกจับกุมคดีเสพยามาแล้ว 4 ครั้ง (ปี 2554 ปี 2555 ปี 2558 และ ปี 2559) นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือสังคมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดอนเมือง ตรวจสอบบ้านที่เด็กอาศัยอยู่กับแม่ โดยมีน้องชาย พี่สาว และเพื่อนของนางโบร่วมตรวจสอบ พบว่าเป็นบ้านหลังใหญ่ 2 ชั้น มีรั้วรอบขอบชิด ภายในบ้านขาดการดูแลเรื่องความสะอาด และพบอุปกรณ์การเสพยาอยู่ในตะกร้าใส่ของ

     จากนั้นเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือสังคมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดอนเมือง ได้ช่วยเหลือเด็กทั้งสองคนออกจากบ้านและควบคุมตัวนางโบส่งตรวจสารเสพติดที่สถาบันธัญญารักษ์ พบสารเมทแอมเฟตามีนในปัสสาวะจึงแจ้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) และดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากนางโบเคยถูกจับดำเนินคดีในลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้ง

     ต่อมานางเยาว์ (นามสมมติ) ป้าของเด็ก ได้แจ้งความประสงค์ต่อเจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือสังคมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดอนเมือง จะขอรับเด็กหญิงหนึ่งและเด็กชายสองอยู่ในความดูแลและส่งเรียนหนังสือต่อ เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือสังคมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดอนเมือง จึงได้เดินทางไปที่บ้านพักของนางเยาว์ ซึ่งอาศัยอยู่ย่านดอนเมืองเช่นกัน ก็พบว่าเป็นบ้านหลังใหญ่มีรั้วรอบ โดยนางเยาว์ ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว เด็กมีความคุ้นเคยกับครอบครัวเป็นอย่างดี เนื่องจากช่วยเหลือดูแลกันมาตั้งแต่แรกเกิด และพบว่าหลายปีก่อนนางเยาว์เองที่เป็นผู้ที่ส่งเสียนางโบไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่นางโบเรียนไม่จบการศึกษา ทั้งนี้จากการที่นางโบถูกดำเนินคดี ญาติมีความพร้อมในการดูแลเด็กทั้ง 2 คน เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือสังคมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดอนเมือง จึงให้เด็กอยู่ในการดูแลของนางเยาว์ และน้องชายของโบ โดยลงบันทึกประจำวันที่สน.ดอนเมือง ไว้เป็นหลักฐาน