พ่อเลี้ยงหื่นข่มขืนลูกเลี้ยงวัย 14 ข่มขู่ห้ามบอกใครมิฉะนั้นจะฆ่าให้ตาย เด็กกลัวเก็บเรื่องเงียบกลับบ้านต่างจังหวัดไปเรียนหนังสือ ตั้งท้องไม่รู้ตัวกระทั่งคลอดในห้องน้ำ สับสนไม่กล้าบอกใครจับทารกโยนทิ้งหน้าต่างโชคดีป้าไปเจอช่วยไว้ทัน เมื่อความจริงปรากฏแม่กับพ

     เมื่อวันจันทร์ที่ 4 ธ.ค.60 ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี นางหน่อย อายุ 52 ปี น.ส.น้อย อายุ 35 ปี และน.ส.นก อายุ 15 ปี (ทั้งหมดนามสมมติ) สามคนแม่ลูกเดินทางมาจาก อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี เข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เพื่อร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมและช่วยติดตามตัวนายเอก (นามสมมติ) อายุ 35 ปี พ่อเลี้ยงที่ข่มขืนกระทำชำเราน.ส.นก จนตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาเป็นผู้ชายมาดำเนินคดี

     น.ส.น้อย พี่สาว กล่าวว่า น้องสาวเรียนอยู่ชั้นม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่ผ่านมาทางบ้านไม่มีใครรู้มาก่อนว่า น.ส.นก ตั้งท้องจนกระทั่งเมื่อวันที่ 28 พ.ย.60 ป้าที่อาศัยอยู่ข้างบ้านได้ยินเสียงเด็กร้องไม่หยุดอยู่แถวบ้านจึงออกตามหาต้นเสียงจนไปพบเด็กทารกแรกคลอดอยู่ในพงหญ้าเนื้อตัวมีคราบเลือดและยังมีรกติดอยู่จึงช่วยนำส่งโรงพยาบาล จากนั้นชาวบ้านก็ช่วยกันตามหาผู้เป็นแม่ที่นำทารกมาทิ้ง ต่อมาจึงได้รู้ว่าน.ส.นก คลอดลูกในห้องน้ำแล้วโยนทารกออกไปนอกหน้าต่างจนป้าไปพบและช่วยเหลือไว้ โดยน.ส.นก เอาแต่ร้องไห้เสียใจบอกว่าถูกนายเอก พ่อเลี้ยงข่มขืนแต่ไม่กล้าบอกใคร

     ขณะที่น.ส.นก เล่าว่า ปกติหนูอาศัยอยู่กับอาที่อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี เพราะแม่กับพ่อแยกทางกัน ส่วนแม่ไปทำงานรับจ้างที่กรุงเทพฯ และมีสามีใหม่คือนายเอก เมื่อช่วงปลายเดือนมี.ค.60 แม่มารับหนูไปอยู่ด้วยที่กรุงเทพฯ บอกว่าจะพาไปซื้ออุปกรณ์การเรียนและโทรศัพท์มือถือ ก่อนจะพาไปพักที่ห้องเช่าในซอยประชาอุทิศ 26/1 ย่านราษฎร์บูรณะ โดยอยู่รวมกัน 3 คน มีแม่กับหนูและนายเอก พ่อเลี้ยง มีอยู่วันหนึ่งขณะที่แม่ไม่อยู่และหนูอยู่ในห้องคนเดียว นายเอกได้พังประตูเข้ามาพยายามยามปลุกปล้ำแล้วหนูก็ตะโกนร้องเรียกให้คนช่วย แต่นายเอกได้ต่อยเข้าที่ท้องหนู 2 ทีจนตัวงอร้องไม่ออก แล้วก็ลงมือข่มขืนหนูจนสำเร็จความใคร่ จากนั้นยังได้ข่มขู่ห้ามบอกแม่หรือใครๆ เด็ดขาด มิฉะนั้นจะฆ่าให้ตาย หลังจากนั้นไม่ถึงเดือนเมื่อนายเอกเห็นแม่ไม่อยู่ก็เข้ามาข่มขืนหนูอีก 1 ครั้ง

     น.ส.นก เล่าอีกว่า จนถึงต้นเดือนพ.ค.ใกล้เปิดเทอมแม่ก็พากลับมาส่งที่บ้านอาเหมือนเดิม หนูก็ไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใครและไปโรงเรียนตามปกติ วันหนึ่งอามาทักว่าหนูอ้วนขึ้นก็ไม่ได้คิดอะไร ต่อมาอีกหลายเดือนมีคนแถวบ้านที่ตั้งท้องมาคุยด้วยเค้าบอกว่าลูกเค้าดิ้นหนูจึงรู้ตัวเองว่าท้องเพราะหนูรู้สึกว่ามีอะไรอยู่ในท้องแล้วมันก็ดิ้นๆ แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงจนวันจันทร์ที่ 27 พ.ย.รู้สึกปวดท้องมาก ปวดเป็นพักๆ วันอังคารที่ 28 พ.ย.หนูก็ยังไปเรียนตามปกติทั้งที่ยังปวดท้องอยู่ หลังจากกลับมาบ้านช่วงค่ำปวดท้องหนักมากเมื่อเข้าห้องน้ำเบ่งลูกก็ออกมา หนูตกใจมากไม่รู้จะทำยังไงดี กลัวและสับสนไปหมดจึงตัดสินใจตัดรกแล้วจับลูกโยนออกไปทางหน้าต่าง ขณะเดียวกันป้าที่อยู่ข้างบ้านเห็นทารกที่เพิ่งถูกโยนลงไปอยู่ในพงหญ้าจึงช่วยทารกไว้ได้แล้ววิ่งขึ้นมาดูหนูในห้องน้ำก่อนพาส่งโรงพยาบาลทั้งหนูและลูก หนูจึงต้องเล่าเรื่องทั้งหมดให้ทุกคนฟัง ก่อนที่จะโทรบอกแม่แล้วแม่ก็รีบเดินทางมาหาที่สุพรรณบุรีทันที จากนั้นแม่กับญาติๆ ก็พร้อมใจกันให้เข้าร้องขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ

     หลังรับเรื่องร้องทุกข์ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน พ.ต.อ.วราวัชร์ ธรรมสโรช ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ เพื่อให้สามคนแม่ลูกไปแจ้งความ และขอให้ช่วยติดตามตัวพ่อเลี้ยงหื่นรายนี้มาดำเนินคดีโดยเร็ว จากนั้นพนักงานสอบสวนได้สอบป.วิอาญา น.ส.นก พร้อมตรวจร่างกาย ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานจนครบถ้วนและได้ขออนุมัติหมายจับเข้าจับกุมตัวนายเอก ดำเนินคดีข้อหา กระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี และหลังจากนั้น 3 วัน เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ราษฎร์บูรณะ จับกุมตัวนายเอกได้ขณะนอนหลับอยู่ในห้องเช่าไม่มีเลขที่ กลางซอยประชาอุทิศ 26/1 แขวงและเขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ สอบสวนให้การรับสารภาพว่า ได้ข่มขืนน.ส.นก ลูกเลี้ยงไป 2 ครั้งจริง แต่ไม่คิดว่าจะท้องหลังเกิดเหตุลูกเลี้ยงก็กลับไปเรียนที่จ.สุพรรณบุรี ตนก็ใช้ชีวิตตามปกติจนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัว