พลเมืองดีร้อง “ปวีณา” ช่วยสาวพิการแขนขาลีบช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แม่แท้ๆ ดื่มสุราเมามายไม่เหลียวแล ปล่อยนอนเกลือกกลิ้งอุจจาระ ปัสสาวะ ภายในห้องที่เต็มไปด้วยมูลไก่ อดมื้อกินมื้อ สภาพเป็นที่น่าเวทนา

     เมื่อวันศุกร์ที่ 8 ธ.ค.60 พลเมืองดีแจ้งมายังเพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ขอความช่วยเหลือนางสาวนา (นามสมมติ) อายุ 22 ปี ซึ่งพิการแขนขาลีบ ลุกยืนหรือนั่งไม่ได้ ต้องนอนอย่างเดียวช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ อาศัยอยู่กับแม่แท้ๆ และพ่อเลี้ยงวัย 70 ปี ที่บ้านพักใน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา แต่ไม่ได้รับการเหลียวแล เพราะแม่มีนิสัยชอบดื่มสุราจนเมามาย เลยขังนางสาวนาไว้ในห้องที่เต็มไปด้วยมูลไก่ ปล่อยให้อดมื้อกินมื้อ นอนเกลือกกลิ้งกับพื้นที่มีแต่ปัสสาวะและอุจจาระเลอะเทอะส่งกลิ่นเหม็น ส่วนพ่อเลี้ยงนางสาวนาก็จะมาดูแลบ้างในบางครั้งแต่ด้วยความที่อายุมากแล้วจึงช่วยอะไรไม่ได้มาก เมื่อพ่อเลี้ยงตักเตือนให้แม่นางสาวนาดูแลลูกก็จะถูกดุด่ากลับมาเป็นประจำ ชาวบ้านที่เห็นจึงไม่กล้ายุ่งเพราะกลัวจะมีปัญหาทะเลาะกับแม่นางสาวนา

     หลังรับเรื่องนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน นายธนสุนทร สว่างสาลี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือนางสาวน้ำทันที โดย สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา ร่วมกับปลัดอำเภอวังน้ำเขียว โรงพยาบาลวังน้ำเขียว องค์การบริหารส่วนตำบลไทยสามัคคี และผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านครอบครัวนางสาวน้ำพบว่า นางสาวน้ำ เป็นคนพิการทางด้านร่างกายและสติปัญญา และแม่ไม่มีความสามารถดูแลให้อยู่ในสภาวะปกติได้ ทิ้งให้ลูกพิการอยู่เพียงลำพังขังไว้ในห้องที่เต็มไปด้วยมูลไก่ สภาพแวดล้อมภายในอับชื้นไม่ถูกสุขลักษณะ ดังนั้นทีมสหวิชาชีพได้มีการประชุมทีมวางแผนให้การช่วยเหลือดังนี้

     สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมามอบเงินช่วยเหลือ จำนวน 3,000 บาท และวางแผนประสานกับสถานสงเคราะห์เพื่อให้คนพิการได้รับการคุ้มครองและฟื้นฟูสมรรถภาพทางด้านร่างกายและจิตใจ โรงพยาบาลวังน้ำเขียวดูแลเกี่ยวกับสุขภาพและฟื้นฟูสมรรถภาพทางด้านร่างกายให้แก่คนพิการ และอำเภอวังน้ำเขียว องค์การบริหารส่วนตำบลไทยสามัคคี ผู้ใหญ่บ้าน ให้การช่วยเหลือระดมทรัพยากรให้ชุมชนในการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้แก่คนพิการชั่วคราวระหว่างประสานกับสถานสงเคราะห์ให้แก่คนพิการ ทั้งนี้มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรีจะทำงานร่วมกับพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา กระทรวงการพัฒนาสังคมเพื่อความมั่นคงของมนุษย์ ในการติดตามให้ความช่วยเหลือต่อไป