แม่ร้องขอความเป็นธรรม “ปวีณา” ลูกชายวัย 13 ปี รับจ้างทำงานก่อสร้าง ถูกไฟฟ้าช็อตต้องตัดแขนสองข้างทิ้งเพราะเนื้อไหม้เกรียม ยังนอนรักษาตัวในห้องปลอดเชื้อ ไร้คนรับผิดชอบเยียวยา “ปวีณา” เข้าเยี่ยมพร้อมประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน

     เมื่อเวลา 14.30 น.วันศุกร์ที่ 1 ธ.ค.60 นางปวีณา หงสกุล ประธาน มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เดินทางไปที่ห้องปลอดเชื้อชาย ชั้น 5 โรงพยาบาลพระพุทธชินราช อ.เมือง จ.พิษณุโลก เพื่อเยี่ยม ด.ช.เอก (นามสมมติ) อายุ 13 ปี ที่นอนพักรักษาตัวหลังแพทย์ทำการตัดแขนทั้งสองข้างออก เนื่องจากถูกไฟฟ้าช็อตจนเนื้อไหม้เกรียมผิวหนังเสียหายกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ หลังไปรับจ้างเป็นคนงานก่อสร้างบ้านหลังหนึ่งแล้วจับท่อนเหล็กที่พาดกับสายไฟฟ้าที่มีไฟฟ้ารั่วจนเกิดการช็อตขึ้น เหตุเกิดในพื้นที่ อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ทั้งนี้แพทย์ได้ตัดแขนขวาตั้งแต่ใต้หัวไหล่ลงมา สำหรับแขนซ้ายตัดตั้งแต่ใต้ข้อศอกลงมา และยังคงให้อยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิดเพราะต้องระวังเรื่องการติดเชื้อ โดยนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้มอบเงินช่วยเหลือ จำนวน 5,000 บาท ให้กับน.ส.วิ (นามสมมติ) อายุ 30 ปี แม่ของด.ช.เอก ที่มาคอยเฝ้าไข้ลูกอยู่ไม่ห่าง

     ทั้งนี้ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน นพ.สุชาติ พรเจริญพงศ์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพระพุทธชินราช ที่มาให้การต้อนรับ เพื่อสอบถามอาการของ ด.ช.เอก ก่อนที่จะเดินทางมาเยี่ยมในวันนี้ (1 ธ.ค.) และประสานหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง โดยมี นายอภิญญา สุจริตตานันท์ รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พล.ต.ต.สัณห์ โพธิ์รักษา ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์ นายสมาน พลอยประดับ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก ขอความช่วยเหลือส่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหรือตัวแทนเข้าร่วมประชุมในวันศุกร์ที่ 1 ธ.ค 60 เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ ด.ช.เอก แบบบูรณาการร่วมกัน

     จากนั้น นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ นพ.สุชาติ พรเจริญพงศ์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพระพุทธชินราช ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ให้การรักษาด.ช.เอก เจ้าหน้าที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรม นายสมาน พลอยประดับ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก ได้ประชุมร่วมกันเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ ด.ช.เอก แบบบูรณาการร่วมกัน นอกจากนี้ พล.ต.ต.สัณห์ โพธิ์รักษา ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับ รองผู้กำกับสอบสวนมารับแจ้งความจากน.ส.วิ และด.ช.เอก ลูกชาย เพื่อดำเนินคดีกับนางน้อย ซึ่งเป็นนายจ้างอีกด้วย และหลังจากนี้ มูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามอาการของ ด.ช.เอก พร้อมการช่วยเหลือของหน่วยราชการ และจากนายจ้าง เพื่อความเป็นธรรมต่อไป

     เรื่องดังกล่าว สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันจันทร์ที่ 27 พ.ย.60 น.ส.วิ (นามสมมติ) อายุ 30 ปี ชาวจ.อุทัยธานี อาชีพก่อสร้าง ร้องทุกข์ผ่านทางสายด่วน 1134 มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า ด.ช.เอก (นามสมมติ) อายุ 13 ปี ลูกชาย ไปทำงานก่อสร้างบ้านให้กับนางน้อย (นามสมมติ) ลูกพี่ลูกน้องตน ซึ่งมีศักดิ์เป็นป้าของด.ช.เอก แล้วเกิดถูกไฟฟ้าช็อตจนแขนทั้งสองข้างไหม้เกรียมเนื้อตาย แพทย์ต้องตัดแขนทิ้งทั้งสองข้างเพื่อป้องกันการติดเชื้อและรักษาชีวิตไว้ หลังเกิดเหตุนายจ้างยังไม่ได้แสดงความรับผิดชอบช่วยเหลือแต่อย่างใด

     น.ส.วิ กล่าวว่า ครอบครัวตนมีฐานะยากจน ตนไปทำงานก่อสร้างอยู่ที่กรุงเทพฯ เพื่อหาเลี้ยงปากท้อง ส่วนด.ช.เอก ลูกชายเรียนหนังสือถึงชั้นป.6 จึงไปทำงานก่อสร้างอยู่กับนางน้อย ซึ่งเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างทั่วไป ตั้งแต่ อายุ 11 ปี โดยได้ทำงานก่อสร้างบ้านจัดสรรอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นเวลา 2 ปี และช่วงเดือน ก.ย.60 นางน้อยปลูกบ้านของตัวเองที่ อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ก็พาคนงานทั้งหมดไปทำบ้านรวมทั้งลูกชายของตนด้วย

     โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา ด.ช.เอก เล่าให้แม่ฟังว่า นางน้อยออกไปซื้อของ คนงานที่มีหน้าที่ปีนที่สูงขึ้นไปทำหลังคาเกิดเมาเหล้า เลยให้ด.ช.เอกขึ้นปีนไปแทนและคอยรับโครงหลังคาเหล็กที่ส่งจากด้านล่างขึ้นไป แต่ด้วยเหล็กมีความยาวจึงทำให้ไปพาดกับสายไฟฟ้าแรงสูงที่ต่อเข้าตัวบ้านและมีกระแสไฟฟ้ารั่วจนเกิดช็อตทำให้ ด.ช.เอกที่จับโครงเหล็กอยู่ถูกกระแสไฟฟ้าที่แขนทั้งสองข้างหมดสติไป ต่อมาคนงานได้ตามนางน้อยมานำตัว ด.ช.เอก ส่งโรงพยาบาลวิเชียรบุรี แพทย์ได้ให้การช่วยเหลือเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลพระพุทธชินราช จ.พิษณุโลก เนื่องจากแขนทั้งสองข้างไหม้เกรียมจนเกือบถึงหัวไหล่ ต่อมาโรงพยาบาลพระพุทธชินราช ได้โทรศัพท์มาแจ้งว่ากับตนว่าลูกชายนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเนื่องจากถูกไฟฟ้าช็อต ให้รีบเดินทางไปดูอาการเพราะจะต้องเซ็นเอกสารบางอย่าง เมื่อไปถึงแพทย์แจ้งว่าจำเป็นต้องตัดแขนทั้งสองข้างของลูกชาย ตนก็จำใจต้องเซ็นเอกสารเพื่อรักษาชีวิตลูกเอาไว้ ตั้งแต่เกิดเหตุนางน้อยได้ช่วยเหลือเงินมา 1 หมื่นบาท และจนถึงตอนนี้ยังไม่ได้แสดงความรับผิดชอบอีกเลย ทุกวันนี้ลูกชายก็ยังทำใจไม่ได้ที่จะต้องเป็นคนพิการไม่มีแขนสองข้างไปตลอดชีวิต กว่า 2 เดือนแล้วที่ตนไม่ได้ทำงานต้องคอยดูแลลูกชายที่ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ