“ปวีณา” รุดช่วยเด็กหญิง 6 ขวบ ถูกย่าเลี้ยงใช้ไม้แขวนเสื้อฟาดตามตัว ทุบตีเป็นประจำ ไล่ออกจากบ้าน อ้างหลานดื้อ พลเมืองดีหวั่นเด็กเป็นอันตรายขอความช่วยเหลือมายังสายด่วน 1134 มูลนิธิปวีณาฯ

     เมื่อวันศุกร์ที่ 27 ต.ค.60 พลเมืองดีแจ้งมายังสายด่วน 1134 มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พบเห็น ด.ญ.มุ้ย (นามสมมติ) อายุ6 ขวบ ถูกย่าเลี้ยงทุบตี ด้วยไม้แขวนเสื้อเป็นประจำ และไล่ให้ออกมาอยู่นอกบ้าน ล่าสุด เมื่อช่วงเช้า ด.ญ.มุ้ย ถูตีและถูกไล่ออกจากบ้านอีก ผู้แจ้งเห็นจึงได้เรียกให้เข้ามาในบ้านพลเมืองดี โดยหาข้าวหาน้ำให้กิน ส่วนย่าเลี้ยงไม่รู้ว่าออกไปไหนแล้วจึงอยากให้มารับเด็กไปดูแล เพราะกลัวว่าย่าเลี้ยงกลับมาแล้วจะทำร้ายเด็กอีก เหตุเกิดที่แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ

     หลังรับเรื่องเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ ได้รายงานให้นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ทราบเรื่องโดยด่วน จากนั้น นางปวีณา ได้โทรศัพท์สอบถามรายละเอียดจากพลเมืองดีอีกครั้ง ก่อนประสาน พ.ต.อ.อำนาจ อินทรศวร ผกก.สน.บางเขนนายฐานวัฒน์ พรนิธิดลวัฒน์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวกรุงเทพมหานครและ นางสาวดรุณี มนัสวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน ลงพื้นที่ เมื่อไปถึงบ้านที่เกิดเหตุพบย่าเลี้ยง และด.ญ.มุ้ย และพ่อของด.ญ.มุ้ย อยู่ภายในบ้าน และพบว่าสภาพตามเนื้อตัวของด.ญ.มุ้ยมีร่องรอยถูกตีเป็นจ้ำๆ ทั่วตัว จึงได้เชิญตัวทั้งหมดมาสอบถามที่ สน.บางเขน

     ต่อมานางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้เดินทางมาที่สน.บางเขน เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้การช่วยเหลือด.ญ.มุ้ย ขณะที่ด.ญ.มุ้ย เล่าว่า เพิ่งมาอยู่กับพ่อเลี้ยงและย่าเลี้ยงได้ไม่นาน ซึ่งมักจะถูกย่าเลี้ยงทุบตีเป็นประจำ ขณะที่พ่อเลี้ยงก็ออกไม่ทำงานกว่าจะกลับบ้านก็มืดค่ำ จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ทราบรายละเอียดอีกว่า แม่ของด.ญ.มุ้ย พาด.ญ.มุ้ย ซึ่งเป็นลูกที่เกิดจากสามีเก่า ก่อนจะมาอยู่กินกับสามีใหม่ แล้วเมื่อไม่นานนี้ก็ได้แอบหนีไป ทิ้งลูกให้อยู่กับพ่อเลี้ยงและย่าเลี้ยง

     ทั้งนี้เมื่อสอบถามย่าเลี้ยงก็ให้การรับสารภาพว่าทุบตีด.ญ.มุ้ย จริง เพราะเด็กดื้อ ส่วนพ่อเลี้ยงของด.ญ.มุ้ย ยอมรับว่าย่าเลี้ยงทุบตีลูก แต่ไม่เคยเห็นว่าถูกตีขนาดนี้ และเพิ่งรับลูกออกมาจากสถานสงเคราะห์ประชารัฐ มูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี มาได้เพียง 4-5 เดือน เมื่อรู้ความจริงก็เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ระหว่างที่พูดคุยด.ญ.มุ้ยได้บอกว่าไม่อยากอยู่กับพ่อเลี้ยงและย่าเลี้ยงแล้ว ด้านทางพ่อเลี้ยงจึงได้เซ็นยินยอมให้ด.ญ.มุ้ย เข้ารับการสงเคราะห์ดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจที่บ้านพักเด็กและครอบครัวกรุงเทพมหานคร ก่อนนำตัวตรวจร่างกายและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ซี่งหลังจากนี้หากทางพ่อแม่ที่แท้จริง หรือครอบครัวของด.ญ.มุ้ย จะรับตัวเด็กกลับไปดูแลก็จะต้องผ่านการประเมินความพร้อมจากเจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมฯต่อไป