หญิงไทยถูกสาวใหญ่ เอเย่นต์หลอกจะหาแฟนหนุ่มต่างชาติให้ หลงเชื่อเดินทางไปดูตัวฝ่ายชายที่บาห์เรน กลับถูกบังคับค้าประเวณีและให้มีเพศสัมพันธ์กับสามีแม่แท็ค พี่สาวพาแม่ร้องทุกข์ “ปวีณา” ประสานกระทรวงการต่างประเทศช่วยเหลือกลับประเทศไทยได้รวดเร็ว

     วันจันทร์ที่ 21 ส.ค. 60 เวลา 13.00 น. ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ถนนรังสิต-นครนายก คลอง 7 ธัญบุรี ปทุมธานี นางเอ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี พา นางบี (นามสมมุติ) อายุ 50 ปี มารดา ชาว จ.ชัยภูมิ เข้าพบนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อขอบคุณที่ให้การช่วยเหลือ น.ส.หนึ่ง (นามสมมติ) อายุ 21 ปี น้องสาว ที่ถูกหลอกไปค้าประเวณีที่เมืองมานามา ประเทศบาห์เรน โดยการประสานงานของนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กับกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ทำให้ น.ส.หนึ่ง น้องสาว ได้เดินทางกลับมาประเทศไทย เมื่อวันเสาร์ ที่ 19 ส.ค. 60 เวลา 14.10 น. อย่างปลอดภัย

     สืบเนื่องจาก เมื่อวันศุกร์ ที่ 11 ส.ค.2560 นางเอ (นามสมมุติ) พี่สาว และ นางบี (นามสมมุติ) มารดา ได้เข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือกับ มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ว่า น.ส.หนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 21 ปี ถูก นางสุภาพร หลอกไปประเทศบาห์เรน โดยก่อนหน้านี้ น้องสาว ทำงานขายกระเป๋า เสื้อผ้า อยู่ที่พัทยากลาง จ.ชลบุรี และได้รู้จักกับนางสุภาพร ซึ่งนางสุภาพร มีเพื่อนเป็นชาวต่างชาติทั้งชายและหญิงจำนวนมาก และได้บอกกับน้องสาว ว่าจะติดต่อชายต่างชาติให้เป็นแฟนซึ่งจะทำให้มีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และน้องสาวก็เคยนำเรื่องนี้มาปรึกษาตนกับแม่ ทางแม่เองก็ไม่ว่าอะไรและคิดว่าดี เพราะทางครอบครัวเรามีฐานะยากจน ต่อมานางสุภาพร ก็ทำการติดต่อกับชายต่างชาติคนหนึ่งให้น้องสาว จากนั้นบอกให้ น้องสาวเดินทางไปที่ประเทศบาห์เรนเพื่อดูตัวฝ่ายชาย โดยนางสุภาพร จะเป็นฝ่ายออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางทำเรื่องทั้งหมดให้ก่อน และนางสุภาพร ก็ได้โทรศัพท์ไปพูดคุยกับ นางบี มารดา ว่าจะดูแล น้องสาว ให้เพราะเปรียบเสมือนลูกสาวคนหนึ่ง ต่อมาน้องสาว จึงได้ตัดสินใจเดินทางไปเมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา จนกระทั่งหลายวันต่อมาตนได้รับข้อความทางไลน์จากน้องสาว บอกว่าถูกขังอยู่ในตึกประเทศบาห์เรน มีแม่แท็คและคนคุมบังคับให้ขายตัว และแม่แท็คให้ไปมีเพศสัมพันธ์กับสามีแม่แท็ค ขอให้ช่วยกลับบ้านด้วย ซึ่งน้องสาวยังบอกอีกว่า ต้องหาเงินมาใช้หนี้แม่แท็กประมาณ 1.8 แสนบาท เพราะเป็นหนี้ค่าเดินทางมา หรือถ้าไม่มีเงินใช้หนี้ก็ให้พี่สาวเดินทางไปเปลี่ยนตัวทำงาน ซึ่งตนกับแม่ไม่รู้ว่าจะช่วยน้องได้อย่างไร จึงเข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ เมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยนางปวีณาได้พาตนไปร้องขอความช่วยเหลือ และให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ กองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ด้วยตนเอง ไม่นานก็ทราบเรื่องจากทางมูลนิธิปวีณาฯ ว่าน้องสาวจะได้เดินทางกลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีใจอย่างที่สุด ซึ่งต้องขอขอบคุณนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ และทางกระทรวงต่างประเทศที่ได้ให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว

     ด้านนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กล่าวว่า หลังรับเรื่องได้ประสานกับนายธาตรี เชาวชตา ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อช่วยเหลือน.ส.หนึ่ง พร้อมส่งข้อมูลส่วนตัว รูปถ่าย และพิกัดสถานที่อยู่ที่ถูกขังในประเทศบาห์เรนไปให้ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยในบาห์เรนประสานตำรวจบาห์เรนเข้าช่วยเหลือน.ส.หนึ่งออกมาได้ และส่งกลับประเทศไทย

     “ทั้งนี้ขอเตือนผู้หญิงทุกคนว่า ถ้ามีคนชักชวนไปทำงานต่างประเทศ บอกว่าจะมีรายได้ดี ทำงานสบาย โดยเฉพาะประเทศบาห์เรน มาเลเซีย และเกาหลีใต้ ขอให้พึงระวังเพราะหญิงไทยส่วนใหญ่จะถูกหลอกไปค้าประเวณี หรือใช้แรงงานอย่างผิดกฎหมาย ขณะเดียวกัน นายธาตรี เชาวชตา ผู้อำนวยการกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์คนไทยในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก็ได้ฝากประชาสัมพันธ์ถึงผู้หญิงไทยที่คิดจะเดินทางไปให้ระวังเช่นกัน โดยเฉพาะคนรู้จัก คนใกล้ชิดที่มาหลอกให้ความหวัง จะได้ทำงานสบายได้เงินมากๆ สุดท้ายก็ถูกหลอกไปบังคับค้าประเวณี ใช้แรงงานผิดกฎหมาย ถ้าตำรวจจับได้ก็ถูกดำเนินคดี ติดคุกในประเทศนั้นๆ ซึ่งในการช่วยเหลือกลับประเทศไทย ของเจ้าหน้าที่นั้นมีขั้นตอนหลายอย่าง ใช่ว่าไปแล้วจะช่วยเหลือกลับมาได้ทุกคน กรณี Case นี้ เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ได้เดินทางไปรับที่สนามบิน พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปคม. และ พม.ร่วมสอบปากคำทั้งหมดไว้แล้ว โดย นางปวีณา หงสกุล ประธาน มูลนิธิปวีณาฯได้ประสาน พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับกระบวนการค้ามนุษย์เหล่านี้ โดยในวันอังคารที่ 22 ส.ค.นี้ เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ จะได้พา น.ส.หนึ่ง ผู้เสียหาย ไปตรวจร่างกายและรับวัคซีนป้องกันโรคร้าย จากนั้นวันพุธที่ 23 ส.ค. เวลา 14.00 น. จะได้พา น.ส.หนึ่ง ไปพบกับ พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมต่อไป” นางปวีณา กล่าว

     และวันนี้ มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้สรุปสถิติ รับเรื่องราวร้องทุกข์ หญิงไทยถูกหลอกไปค้าประเวณีต่างประเทศ ตั้งแต่เดือน ม.ค. – ส.ค. 60 และเปรียบเทียบข้อมูล Trafficking ในแต่ละประเทศ (ตามเอกสารแนบ)

     นางปวีณา หงสกุล ประธาน มูลนิธิปวีณาฯ กล่าวว่า ปัญหาการค้ามนุษย์ เป็นปัญหา และปรากฏการณ์ระดับโลก ปี 2557 องค์การสหประชาชาติพบผู้เสียหาย อย่างน้อยใน 124 ประเทศ จาก 153 ประเทศทั่วโลก ส่วนใหญ่ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ เป็นหญิงและเด็ก ถูกแสวงหาประโยชน์ทางเพศ บังคับใช้แรงงานเยี่ยงทาส

     จากการประเมินรายงาน การค้ามนุษย์ (Trafficking in persons Report TIP Report ) ซึ่งจัดทำโดย กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ใน ปี 2560 จากการเปรียบเทียบ TIP Report ประเทศที่มีขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติหญิงไทย จะเห็นได้ว่า แต่ละประเทศได้ถูกจัดอันดับ ชั้นดี ว่าประเทศไทย (ยกเว้นโอมาน) เท่ากับประเทศไทย จึงตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดประเทศที่มีการค้ามนุษย์หญิงไทย แต่ถูกจัดอันดับดีกว่าประเทศไทย ขอให้รัฐบาล หน่วยงานภาครัฐได้ศึกษา และนำไปวิเคราะห์ การทำรายงาน TIP Report ปี 2561 ต่อไป