“ปวีณา” ลงพื้นที่ช่วยทารกน้อยแรกคลอดไม่ถึง 10 วันจากแม่ที่มีอาการทางประสาท อุ้มลูกร่อนเร่อาศัยนอนวินจยย.เป็นที่น่าเวทนา เหตุทะเลาะกับสามี-แม่สามี จนถูกไล่ออกจากบ้าน ก่อนหน้านี้พลเมืองดีช่วยเหลือให้อาศัยนอนที่ห้องเช่าด้วย แต่เกรงเด็กเป็นอันตราย ร้องมูลนิธิ

     วันพุธที่ 19 ก.ค. 60 พลเมืองดีแจ้งขอความช่วยเหลือมายังสายด่วน 1134 มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรีว่า ตนอาศัยอยู่ห้องเช่าแห่งหนึ่งภายในซอยรัชดาภิเษก 32 (ซอยอาภาภิรมย์) แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เมื่อ 4 วันก่อนได้ช่วยเหลือน.ส.หญิง (นามสมมติ) อายุ 27 ปี พร้อมลูกสาวที่เพิ่งคลอดออกมาได้ประมาณ 5 วัน จากวินรถจักรยานยนต์แห่งหนึ่งที่อยู่ภายในซอยดังกล่าว เนื่องจากสามีตนรู้จักกับนายโต (นามสมมติ) สามีของน.ส.หญิง เพราะขี่รถรับจ้างอยู่วินเดียวกัน จึงรู้ว่าทั้งสองมักกินเหล้าเมาและทะเลาะกันเป็นประจำจนแม่สามีไล่ออกจากบ้าน ทำให้น.ส.หญิง ต้องพาลูกออกมานอนอยู่ที่วิน ส่วนนายโต ก็ไม่ทราบว่าไม่กินเหล้าเมาอยู่ที่ไหน หลายวันที่ผ่านมาก็ไม่แวะมาหาลูกและภรรยาเลย ทุกวันที่มาอยู่ด้วยกันน.ส.หญิง จะไม่พูดไม่จากับใคร และไม่ยอมให้ลูกกินนม ตนเห็นแล้วสงสารมากจึงช่วยดูแลเด็กให้ ส่วนน.ส.หญิงก็ทิ้งลูกไว้ก่อนหายตัวไปหลายวันและเพิ่งจะกลับมาเมื่อเช้านี้ ตนเกรงว่าเด็กน้อยจะเป็นอันตรายเนื่องจากเห็นน.ส.หญิง พกมีดติดตัวและมีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัดจึงขอให้มูลนิปวีณาฯ เข้าช่วยเหลือเด็กเป็นการด่วน

     หลังเจ้าหน้าที่รายงานเรื่องดังกล่าวให้นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ทราบ จากนั้นนางปวีณาได้โทรศัพท์กลับไปสอบถามรายละเอียดจากพลเมืองดี พร้อมกับขอให้ทุกคนเฝ้าดู น.ส.หญิง และลูกน้อยไว้ให้ดี ก่อนจะประสาน นางสาวดรุณี มนัสวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ส่งเจ้าหน้าที่ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมกับนางปวีณา และเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ เมื่อไปถึงพบน.ส.หญิง กำลังนั่งดูลูกอยู่บนที่นอน นางปวีณาได้สอบถามพยายามพูดคุยด้วยอยู่นานแต่ก็ไม่เป็นผล เนื่องจากน.ส.หญิง ไม่ยอมตอบอะไรจะพูดถึงแต่ชื่อสามีพร้อมกับบอกให้ทุกคนไปตามหาสามีมาคุยกับตนเอง และเมื่อทุกคนเดินออกนอกห้องเพื่อหาทางช่วยเหลือน.ส.หญิงและลูกอยู่นั้น จู่ๆ น.ส.หญิง ก็ใช้มือบีบคอลูกน้อยแต่โชคดีที่ทุกคนเห็นและเข้าช่วยไว้ทันจึงไม่เกิดเหตุสลดใจขึ้น

     ด้านนางปวีณา เห็นว่าทารกน้อยอาจเกิดอันตราย จึงได้ขอให้เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ แยกเด็กออกมาจากแม่เพื่อเข้ารับการคุ้มครองสวัสดิภาพ ตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก 2546 โดยได้รับความร่วมมือจากพลเมืองดีและชาวบ้านที่ช่วยกันเบี่ยงเบนความสนใจของน.ส.หญิง จนอุ้มทารกน้อยออกมาได้ จากนั้นนางปวีณาได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.พหลโยธิน มาพาตัวน.ส.หญิง ไปที่โรงพักเพื่อลงบันทึกประจำวันก่อนทำใบส่งตัว น.ส.หญิงไปตรวจอาการทางประสาทที่โรงพยาบาลศรีธัญญา และติดต่อญาติมารับทราบเรื่อง ทั้งนี้ในส่วนทารกน้อย เจ้าหน้าที่นำได้ส่งไปสถานแรกรับเด็กอ่อนพญาไทเพื่อให้การคุ้มครองดูแลจนกว่าทางพ่อแม่เด็กจะมีความพร้อมในการเลี้ยงดูลูกต่อไป