แม่ร้อง “ปวีณา” ช่วยลูกสาววัย 13 เป็นเนื้องอกในดวงตาซ้ายเริ่มจะมองไม่เห็น และมีหูใบที่ 3 โผล่ ใบหน้าเบี้ยวผิดรูปตั้งแต่เกิด ถูกเพื่อนล้อเป็น “เด็ก 3 หู” จนไม่กล้าไปโรงเรียน ขอช่วยหาทางรักษา ลูกสาวอยากมีชีวิตปกติเหมือนคนอื่น

วันอังคารที่ 13 พ.ย.61 เวลา 13.00 น. ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี รังสิต-นครนายกฯ คลอง 7 ธัญบุรี ปทุมธานี เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดปทุมธานี (พมจ.ปทุมธานี), เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดปทุมธานี (บพด.ปทุมธานี) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานี ได้พา น.ส.ปราณี ขันวิมาร อายุ 54 ปี และด.ญ.ชุติมา หรือ ชมพู่ สอนนำ อายุ 13 ปี สองแม่ลูก อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 161/355 หมู่ 1 ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เข้าพบนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อขอความช่วยเหลือ เนื่องจากด.ญ.ชุติมา ซึ่งเรียนอยู่ชั้นม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่ง มีปัญหาสุขภาพเนื่องจากในดวงตาข้างซ้ายมีเนื้องอกที่โตขึ้นเรื่อยๆ ตามวัย และทุกวันนี้เริ่มจะมองอะไรไม่เห็น ส่วนตาขวาปกติ นอกจากนี้ด.ญ.ชุติมา ยังมีใบหน้าเบี้ยวผิดรูปมาตั้งแต่เกิด และมีเนื้องอกอยู่ข้างหูซ้าย ลักษณะคล้ายกับหูใบที่ 3 จนถูกเพื่อนๆ ล้อว่าเป็น “เด็ก 3 หู” ขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือประสานแพทย์ผู้เชี่ยวชาญช่วยทำการรักษา

น.ส.ปราณี เล่าว่า ตนเองมีลูก 3 คน น้องชมพู่ เป็นคนเล็ก ส่วนลูกคนโตกับคนที่สองมีครอบครัวไปแล้ว ตนเองมีอาชีพขายลูกชิ้นทอดและรับจ้างนวดแผนโบราณ มีรายได้วันละ 200-300 บาท ทุกวันนี้รายได้ไม่พอรายจ่ายเพราะต้องส่งหนี้นอกระบบที่กู้มาค้าขายรายวัน สามีก็เสียชีวิตไปแล้ว ตนต้องดิ้นรนหาเลี้ยงส่งลูกเรียนหนังสือ น้องชมพู่มีความผิดปกติเป็นจุดติ่งเนื้อเล็กๆ ในดวงตาซ้าย กับเนื้องอกที่ใบหูมาตั้งแต่เล็ก ตอนแรกแพทย์แจ้งว่าไม่น่าจะเป็นอะไร แต่ต่อมาก็พบว่าจุดติ่งเนื้อในดวงตามันขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และน้องชมพู่บอกว่าตาซ้ายเริ่มจะมองไม่ชัด ตนเป็นห่วงลูกมากเกรงว่าลูกจะตาบอดในสักวัน ซึ่งน้องชมพู่เองก็มีปมด้อยทุกวันนี้ไม่กล้าไปโรงเรียน และไม่สดใสเหมือนเด็กทั่วไป จะเป็นเหมือนคนมีความทุกข์ ความเศร้าอยู่ตลอดเวลา ตนเองก็ทุกข์ใจเพราะไม่มีเงินจะพาลูกไปรักษาหรือช่วยลูกได้ ทุกวันที่ผ่านมาก็ได้แต่ปลอบใจกันไปวันๆ เท่านั้น พอดีมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดปทุมธานี ไปเยี่ยมชุมชนและรู้เรื่องของตนกับลูกจึงพามาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ

น้องชมพู่ กล่าวว่า ตั้งแต่เด็กพอจำความได้ก็จะถูกคนล้อเลียนว่าเป็น “เด็ก 3 หู” มาโดยตลอด พอเข้าโรงเรียนเพื่อนก็ล้อเหมือนหนูเป็นตัวตลก เขาจะหัวเราะกันสนุกสนานทำให้หนูอายมาก ไม่อยากจะไปโรงเรียนอีกแล้ว และยิ่งเศร้าใจไปอีกเมื่อดวงตาข้างซ้ายเป็นเนื้องอกขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มจะมองไม่เห็น หนูอยากจะมีชีวิตที่ดีเหมือนกับคนอื่นเขาบ้างแต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสหรือไม่ แม่ก็ยากจนไม่รู้จะช่วยหนูอย่างไร

ด้านนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กล่าวว่า หลังรับเรื่องได้ปรึกษากับแพทย์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เบื้องต้นทราบว่าน้องชมพู่ น่าจะป็นเนื้องอกในดวงตาลักษณะมีรากยาวต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำการผ่าตัด จึงได้ประสานไปที่ นพ.สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงพยาบาลยันฮีแล้ว โดยทางโรงพยาบาลยันฮียินดีให้ความช่วยเหลือ เรื่องหูใบที่ 3 และใบหน้าเบี้ยวผิดรูปตั้งแต่เกิด สำหรับเนื้องอกในดวงตาคงต้องให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญตรวจพิเศษก่อนประเมินการรักษา ซึ่งตนจะพาน้องชมพู่ไปพบ นพ.สุพจน์ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทำการตรวจเบื้องต้นในวันที่ 14 พ.ย. เวลา 11.00 น. เพื่อวางแนวทางการรักษาต่อไป ทั้งนี้หากมีแพทย์ท่านใดที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการรักษาเนื้องอกในดวงตา ขอช่วยให้คำแนะนำกับทางมูลนิธิปวีณาฯ ด้วย โดยติดต่อได้ที่ 081-814-0244, 098-478-8991