“แม่ยาย” ร้อง “ปวีณา” ผวา “ลูกเขยโจ๋ 17” ย้อนกลับมาทำร้าย หลังถูกพยายามฆ่าใช้มีดจ้วงแทง 14 แผลตอนหลับกลางดึก ลูกสาวตื่นมาเห็นยกมือไหว้ร้องขอชีวิตแม่ แม้ตำรวจตามจับตัวได้แล้วแต่ยังไม่กล้ากลับบ้านเพราะเรื่องราวยังหลอนกลัวลูกเขยโหดย้อนกลับมาทำร้ายอีก

วันอังคารที่ 15 ม.ค.62 นางน้อย (นามสมมติ) อายุ 45 ปี อาชีพขายสมุนไพร เข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ แจ้งว่า ถูกนายหนุ่ม (นามสมมุติ) ลูกเขย อายุ 17 ปี พยายามฆ่าโดยใช้มีดฟันและจ้วงแทงตามตัวถึง 14 แผลขณะนอนหลับอยู่ได้รับบาดเจ็บ หลังเกิดเหตุตำรวจตามจับกุมตัวลูกเขยมาดำเนินคดีเรียบร้อยแล้วแต่ยังรู้สึกหวาดผวากลัวว่าลูกเขยจะย้อนกลับมาทำร้ายอีกจนต้องพาลูกสาวและหลานย้ายไปอาศัยอยู่กับญาติในจ.ปทุมธานี

นางน้อย เล่าว่า นายหนุ่มกับลูกสาวของตน อายุ 16 ปี แอบมีความสัมพันธ์กันจนลูกสาวตนตั้งท้องใกล้คลอดจึงมาสารภาพความจริง ตนสงสารลูกและหลานที่กำลังจะเกิดมาจึงไม่ว่าอะไรและยอมให้นายหนุ่มมาอาศัยอยู่ด้วยที่คอนโดฯย่านนวมินทร์ กรุงเทพ ตลอดเวลานายหนุ่มไม่ยอมทำอะไรเลย ตนเองก็บอกว่าให้ไปบอกผู้ปกครองจะได้มาช่วยรับผิดชอบลูกเมียแต่นายหนึ่มกลับไม่พอใจและมักทะเลาะกับลูกสาวตนเป็นประจำ กระทั่งลูกสาวตนคลอดลูกนายหนุ่มยิ่งทำตัวเหลวไหลล่าสุดทะเลาะกับลูกสาวตนและบีบคอทั้งนี้อุ้มลูกอยู่ ตนเห็นจึงเข้าห้ามปรามดุด่านายหนุ่มทำให้นายหนุ่มไม่พอใจมาก จากนั้น 3 วันต่อมาเป็นวันที่ 6 พ.ย.61 เวลาประมาณตี 3 ขณะที่ตนนอนอยู่ จู่ๆ ก็ต้องตกใจเพราะนายหนุ่มมาคร่อมอยู่บนร่างและใช้มีดจ้วงแทง ตนพยายามขัดขืนใช้มืดปัดป้องร้องขอความช่วยเหลือ แต่ก็สู้แรงลูกเขยไม่ไหวถูกฟันเข้าตามร่างกายหลายแห่งนอนจมกองเลือดคิดว่าต้องตายแน่แล้ว จนลูกสาวที่นอนอยู่ใกล้ๆ ได้ยินเสียงตกใจลุกขึ้นมาอ้อนวอนนายหนุ่มอย่าทำอะไรแม่ของตนพร้อมยกมือไหว้จนนายหนุ่มยอมหยุดก่อนจะชวนลูกสาวตนหนีไปแต่ลูกสาวไม่ขอไปด้วย นายหนุ่มจึงได้ข่มขู่ห้ามแจ้งตำรวจก่อนจะหลบหนีไป จากนั้นลูกสาวได้ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของคอนโดฯ ช่วยพาตนส่งโรงพยาบาล ก่อนที่ลูกสาวจะเข้าแจ้งความที่สน.โคกคราม

“หลังรักษาตัวที่โรงพยาบาลหลายวัน จนแพทย์เห็นว่าให้กลับมาพักรักษาตัวต่อที่บ้านได้ แต่ตนไม่กล้ากลับไปอยู่ที่คอนโดฯ แล้ว เพราะจะนึกแต่เรื่องโหดร้ายเหตุการณ์วันนั้นอยู่ตลอด ตนกลัวมาก แม้ลูกเขยจะถูกจับกุมตัวแล้วก็ตามเพราะเขาเป็นเยาวชนอาจจะได้รับการประกันตัว กลัวว่าเขาจะย้อนกลับมาทำร้ายอีก” นางน้อย กล่าว

หลังรับเรื่อง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวนางน้อยจำนวนหนึ่ง และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ พานางน้อยกับลูกสาวและหลาน ไปกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม เพื่อขอรับการคุ้มครองและขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายทางคดี พร้อมกันนี้ยังได้ประสานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดปทุมธานีช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจนางน้อย ทั้งนี้มูลนิธิปวีณาฯ จะได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป