ด.ช.ยอดกตัญญู วัย 13 ปี ทำงานรับจ้างร้านคาร์แคร์ช่วงปิดเทอม หารายได้พิเศษช่วยครอบครัว ขณะทำงานถูกไฟฟ้าดูดจนต้องนอนเป็นเจ้าชายนิทรา เหตุจากเครื่องฉีดน้ำสายไฟขาดชำรุด ผ่านมา 5 เดือน เจ้าของคาร์แคร์ยังไม่รับผิดชอบ ส่วนคดีก็ไม่คืบหน้า แม่ร้อง “ปวีณา” ช่วยให้ความเป็นธรรม

เพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี รับเรื่องร้องทุกข์จาก นางสาวขวัญใจ คำตั้งหน้า อายุ 41 ปี ชาว จ.นครราชสีมา ร้องทุกข์ แจ้งว่า ด.ช.ชัยวัฒน์ เสือสูงเนิน อายุ 13 ปี ลูกชาย ซึ่งเป็นนักเรียนชั้นม.1 กำลังจะขึ้นม.2 ไปทำงานรับจ้างหารายได้พิเศษช่วงปิดเทอมอยู่ที่ร้านคาร์แคร์แห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากบ้านเท่าไหร่ ขณะทำงานถูกไฟฟ้าดูดจนทุกวันนี้ต้องนอนเป็นเจ้าชายนิทรา อยู่ในสภาพเป็นผัก ผ่านมา 5 เดือนจนถึงขณะนี้ทางเจ้าของคาร์แคร์ยังไม่รับผิดชอบอะไร ทั้งนี้ได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.โพธิ์กลาง ไว้แล้วแต่เกรงว่าคดีจะไม่มีความคืบหน้าขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยให้ความเป็นธรรมด้วย

นางสาวขวัญใจ กล่าวว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 พ.ค.61 หลานของตนที่ทำงานอยู่ที่คาร์แคร์ที่เกิดเหตุ โทรมาบอกว่า ขณะที่ลูกชายตนกำลังทำงานใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดน้ำล้างพื้นจนตัวปียก ได้ถูกสายไฟของเครื่องฉีดน้ำที่มีรอยฉีกขาดจนเห็นสายทองแดงทำให้ไฟฟ้าดูด คนงานที่ทำงานอยู่บริเวณดังกล่าว 4-5 คน ต่างตกใจ มีคนหนึ่งตั้งสติได้รีบวิ่งไปสับคัทเอาท์ตัดไฟขณะนั้นลูกชายตนหมดสติไม่หายใจแล้ว ตอนนั้นพลเมืองดีที่อยู่ร้านข้างๆ มีรถจึงช่วยพาลูกชายไปส่งรพ. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เพราะช่วงนั้นเจ้าของคาร์แคร์ไม่อยู่ หลังรู้ข่าวตนจึงรีบเดินทางไปดูลูกก็พบว่าแพทย์ช่วยปั๊มหัวใจลูกขึ้นมาจนมีสัญญาณชีพ และรีบส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา ต้องอยู่ในห้องไอซียู 7 วัน และอยู่ในห้องพักฟื้นอีก 12 วัน แพทย์บอกว่าได้ช่วยเต็มที่แล้ว หลังถูกไฟฟ้าดูดลูกชายขาดออกซิเจนไปเลี้ยงสมองราว 20 นาที ทำให้ต้องอยู่ในสภาพเจ้าชายนิทรา จากนั้นแพทย์ก็อนุญาตให้นำลูกออกจากรพ.มาพักฟื้นที่บ้าน

“ลูกชายตนเป็นเด็กขยัน กตัญญูพ่อแม่ เลิกเรียนบางวันก็ไปรับจ้าง เจ้าของคาร์แคร์มักเรียกใช้เป็นประจำ ตั้งแต่ปิดเทอมลูกก็ไปทำงานที่ร้านคาร์แคร์ กินนอนอยู่ที่นั่นได้ค่าแรงวันละ 200 บาท ที่ผ่านมาเจ้าของคาร์แคร์เคยมาเยี่ยมลูกที่รพ. 2 ครั้ง ครั้งแรกให้เงินมา 2,000 บาท ครั้งที่ 2 ให้ 1,000 บาท จากนั้นก็ไม่เคยติดต่อมาอีกเลย ช่วงแรกพ่อแม่เจ้าของคาร์แคร์ติดต่อมาว่าจะให้เงินช่วยเหลือ 10,000 บาท แต่ต้องให้ตนเซ็นยินยอมจบเรื่องและถอนแจ้งความ ตนคิดว่าไม่เป็นธรรมจึงไม่ได้รับเงิน ทางเขาก็บอกว่าถ้าอยากได้มากกว่านี้ก็ให้ไปฟ้องร้องเอาเอง ทุกวันนี้ครอบครัวตนต้องอยู่อย่างลำบาก เพราะตนไม่ได้ทำงานเนื่องจากต้องคอยดูลูก โดยสามีทำงานเพียงคนเดียวรายได้ไม่พอรายจ่าย ต้องกู้หนี้ยืมสินญาติพี่น้องมาใช้จ่าย เพราะต้องซื้อแพมเพิส พาลูกไปรพ.ตามที่แพทย์นัด บางครั้งจู่ๆ ลูกก็เป็นไข้ขึ้นสูงวิ่งเข้าออกรพ.อยู่บ่อยๆ ผ่านมา 5 เดือน คดีก็ยังไม่คืบหน้าไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยด้วย” นางสาวขวัญใจ กล่าว

หลังรับเรื่อง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้ประสาน พล.ต.ต.วัชรินทร์ บุญคง ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา, พ.ต.อ.อรุษ คำตุ้ย ผกก.สภ.โพธิ์กลาง จ.นครราชสีมา, นายอภิญญา สุจริตตานันท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน, น.ส.บุญสม แช่มสวัสดิ์ หัวหน้ากลุ่มการพัฒนาสังคมและสวัสดิการ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา รักษาราชการแทน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา และน.ส.อรินท์มาศ กาแก้ว หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.นครราชสีมา เพื่อนัดหมายกันในวันพฤหัสบดีที่ 11 ต.ค.61 เวลา 13.00 น. จะร่วมเดินทางลงพื้นที่บ้านของ นางสาวขวัญใจ คำตั้งหน้า เลขที่ 80 หมู่ 5 ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อเยี่ยม ด.ช.ชัยวัฒน์ เสือสูงเนิน อายุ 13 ปี ที่นอนป่วยอยู่ จากนั้นนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ จะได้ร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบูรณาการให้ความช่วยเหลือครอบครัวนี้ต่อไป

วันพฤหัสบดีที่ 11 ต.ค.61 เวลา 13.00 น. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินทางลงพื้นที่บ้านของ นางสาวขวัญใจ คำตั้งหน้า เลขที่ 80 หมู่ 5 ต.สุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อเยี่ยม ด.ช.ชัยวัฒน์ เสือสูงเนิน อายุ 13 ปี ที่นอนป่วยอยู่พร้อมมอบเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่ง ขณะที่ศูนย์บริการคนพิการจังหวัดนครราชสีมาได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนคนพิการให้ด.ช.ชัยวัฒน์ เพื่อที่จะได้รับเงินคนพิการตั้งแต่นี้เป็นต้นไป และ รพ.สพ.โคกกรวด ได้เข้ามาดูแลช่วยเหลือเตียงผู้ป่วย เครื่องดูดเสมหะ อุปกรณ์บางอย่างตั้งแต่แรก

จากนั้นนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ร่วมประชุมกับพ.ต.อ.อรุษ คำตุ้ย ผกก.สภ.โพธิ์กลาง, พ.ต.ท.มงคล คุปติศิริรัตน์ สว.สอบสวน สภ.โพธิ์กลาง, นายเกษมสันต์ เครือเจริญ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครราชสีมา, นางชมมณี ศรีไชยรัตน์ นิติกรสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครราชสีมา, นางสาวจุฑามาศ ชาติเกษม ผู้อำนวยการศูนย์บริการคนพิการจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา, นายกิตติ พิมพะนิตย์ นิติกรสำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครราชสีมา, คุณหมอกฤติรา หงษ์โภคาพันธ์ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษโรงพยาบาลเทพรัตน์นครราชสีมา, นางพชรพร สุวิชาเชิดชู พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มการพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา, นางอรินท์มาศ กาแก้ว หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครราชสีมา เพื่อบูรณาการให้ความช่วยเหลือครอบครัวนี้

นางชมมณี ศรีไชยรัตน์ นิติกร สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบคาร์แคร์ดังกล่าว พบมีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานพ.ศ 2541 มาตรา 44 ใช้แรงงานเด็กต่ำกว่า 15 ปี, มาตรา 45 ไม่ขออนุญาตใช้แรงงานเด็กต่ำกว่า 18 ปี เพราะนอกจากด.ช.ที่บาดเจ็บแล้ว เจ้าหน้าที่ยังพบการจ้างงานเด็กอายุ 16 ปี อีก 1 คน, พ.ร.บ.ความปลอดภัยอาคารและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ. ศ.2554 มาตรา 8 โดยฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงเรื่องไฟฟ้าที่ชำรุดและอุปกรณ์ในการทำงานจนเป็นเหตุให้ลูกจ้างได้รับอันตรายจากการทำงาน, ให้ค่าจ้างต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ โดยพื้นที่จ.นครราชสีมา อยู่ที่ 320 บาท ซึ่งจากการสอบถามพบว่าได้ค่าจ้างวันละ 200-260 บาท

จากการสอบถามเจ้าของคาร์แคร์ที่เกิดเหตุ ให้การปฏิเสธไม่มีความเป็นนายจ้าง-ลูกจ้าง อ้างว่าเด็กมาคลุกคลีอยู่ที่ร้านเอง แต่จากข้อมูลพบด.ช.ที่บาดเจ็บทำงานที่คาร์แคร์มา 2 ปี ในช่วงหลังเลิกเรียนกับวันหยุด และช่วงปิดเทอมทำงานเต็มวัน ทั้งนี้ทางแรงงานจังหวัดนครราชสีมาจะรวบรวมข้อมูลส่งพนักงานสอบสวนสภ.โพธิ์กลาง ดำเนินคดีกับนายจ้างต่อไป

ด้าน นายกิตติ พิมพะนิตย์ นิติกรสำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า จากนี้ทางประกันสังคมจะเรียกนายจ้างมาสอบถามเนื่องจากเข้าข่ายมีการจ้างงาน มีลูกจ้าง ซึ่งถ้ามีการจ้างงานแต่ไม่มีการจดทะเบียนเจ้าหน้าที่จะต้องทำการปรับและให้จดทะเบียนให้ถูกต้อง ส่วนผู้บาดเจ็บทุพพลภาพจะมีค่ายังชีพ ได้รับการรักษาฟรี และได้รับเงินชดเชยจากกองทุนทดแทน

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กล่าวว่า ขอบคุณทุกหน่วยงานที่เข้ามาช่วยกันบูรณาการให้ความช่วยเหลือด.ช.ชัยวัฒน์ เพราะเเป็นเด็กที่น่าสงสารมีความกตัญูญูหาเงินข่วยพ่อแม่ มูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามให้เขาได้รับสิทธิ์ที่ควรจจะได้และได้รับความเป็นธรรม ซึ่งเชื่อมั่นว่าทุกหน่วยงานจะช่วยเหลืออย่างเต็มที่